บันทึกเรื่องราวเก็บไว้ด้วยภาพ

บันทึกเรื่องราวเก็บไว้ด้วยภาพ รับสร้างภาพ เน้นงานสร้างภาพนิ่ง ด้วยกล้องดิจิตอล ด้วยกล้องโทรศัพท์มือถือ

ชุมชนบ้านบาตร เป็นชุมชนเก่าแก่กว่า 200 ปีริมคลองโอ่งอ่างและถนนบำรุงเมือง ซึ่งสืบทอดภูมิปัญญาการทำบาตรพระด้วยมือแบบโบราณ ...
02/09/2026

ชุมชนบ้านบาตร เป็นชุมชนเก่าแก่กว่า 200 ปีริมคลองโอ่งอ่างและถนนบำรุงเมือง ซึ่งสืบทอดภูมิปัญญาการทำบาตรพระด้วยมือแบบโบราณ เป็นแห่งสุดท้ายและแห่งเดียวในประเทศไทย (และอาจรวมถึงในโลก) ที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์การเคาะขึ้นรูปบาตรด้วยมือทุกขั้นตอนตามพระธรรมวินัยจนถึงปัจจุบันกำเนิดและประวัติศาสตร์การอพยพจากกรุงศรีอยุธยา: บรรพบุรุษของคนในชุมชนเป็นกลุ่มช่างฝีมือทำบาตรที่อพยพหนีภัยสงครามครั้งเสียกรุงศรีอยุธยา พ.ศ. 2310 มาตั้งถิ่นฐานใหม่ในกรุงเทพมหานครช่วงต้นรัตนกาลที่ 1 เมื่อมีการขุดคลองรอบกรุงและสถาปนาราชธานีสังกัดกรมช่างบาตร: ในอดีตช่างทำบาตรเหล่านี้มีสถานะเป็นไพร่หลวง ขึ้นตรงต่อกรมช่างบาตร มีขุนโลหการเป็นผู้ดูแล และย่านนี้ถูกกำหนดให้เป็นแหล่งผลิตบาตรพระป้อนให้กับวัดวาอารามหลวงและพระสงฆ์ทั่วพระนครเอกลักษณ์และภูมิปัญญาการทำบาตรกระบวนการทำมือ (Handmade): การทำบาตร 1 ใบต้องใช้เหล็กกล้ามาตัด เชื่อม และตีประสานเข้าด้วยกันโดยอาศัยความร่วมมือของช่างหลายคนในชุมชนแบ่งหน้าที่กันทำความประณีตตามวินัย: บาตรที่ถูกต้องตามพุทธวินัยจะทำจากเหล็กดิบหรือเหล็กรมดำ ไม่ใช้โลหะมีค่า บาตรบ้านบาตรมีจุดเด่นเรื่องความทนทานใช้งานได้ยาวนาน และเสียงกังวาลคล้ายเสียงระฆังวิถีชุมชนโบราณ: พื้นที่ดั้งเดิมมีบ่อน้ำใช้ในการหล่อและตีเหล็กเกือบทุกบ้าน ปัจจุบันตั้งอยู่บริเวณตรอกบ้านบาตร แขวงสำราญราษฎร์ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสำคัญใจกลางกรุง

วัดพระแก้ววังหน้า หรือมีชื่อทางการว่า วัดบวรสถานสุทธาวาส เป็นวัดสำคัญในเขตพระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า) สร้างขึ้นในรัชส...
18/08/2026

วัดพระแก้ววังหน้า หรือมีชื่อทางการว่า วัดบวรสถานสุทธาวาส เป็นวัดสำคัญในเขตพระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า) สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิพลเสพ ทรงริเริ่มสร้างขึ้นเพื่อเป็นวัดประจำวังหน้า เช่นเดียวกับวัดพระแก้วในวังหลวง และไม่มีพระภิกษุจำพรรษา

ประวัติและความเป็นมาการก่อสร้าง: เริ่มสร้างในสมัยรัชกาลที่ 3 (ประมาณปี พ.ศ. 2384) โดยกรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพ แต่ยังไม่ทันแล้วเสร็จก็เสด็จสวรรคตเสียก่อน ต่อมาได้รับการบูรณะและสร้างต่อเติมเรื่อยมาในสมัยรัชกาลที่ 4 และรัชกาลที่ 5สถานะของวัด: ออกแบบให้มีฐานะเป็นวัดในเขตพระราชวัง เช่นเดียวกับวัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) จึงไม่มีพระสงฆ์จำพรรษา และใช้เป็นที่ประกอบพิธีทางศาสนาของพระมหาอุปราชปัจจุบัน: ตั้งอยู่ภายในพื้นที่ของสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ (วิทยาลัยนาฏศิลป์เดิม) ข้างสำนักละครกรมศิลปากร ถือเป็นโบราณสถานสำคัญที่ทรงคุณค่าทางสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมความสำคัญทางศิลปกรรมพระอุโบสถ: มีสถาปัตยกรรมแบบไทยประยุกต์ผสมผสานศิลปะจีนตามนิยมในสมัยรัชกาลที่ 3 เสาพาไลเป็นทรงเหลี่ยมเรียบจิตรกรรมฝาผนัง: ภายในพระอุโบสถมีภาพจิตรกรรมฝาผนังฝีมือครูช่างยุคต้นรัตนโกสินทร์ที่งดงามและทรงคุณค่าอย่างยิ่ง

วัดขุนอินประมูล เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งอยู่ที่ตำบลอินทประมูล อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทองวัดขุนอินทประมู...
13/08/2026

วัดขุนอินประมูล เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งอยู่ที่ตำบลอินทประมูล อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง

วัดขุนอินทประมูลสร้างขึ้นในสมัยกรุงสุโขทัย พิจารณาจากซากอิฐแนวเขตเดิมคะเนว่าเป็นวัดขนาดใหญ่ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ที่ใหญ่และ ยาวที่สุดในประเทศไทย มีความยาวถึง 50 เมตร (25 วา) เดิมประดิษฐานอยู่ในวิหารแต่ถูกไฟไหม้ปรักหักพังไปเหลือแต่องค์พระตากแดดตากฝนอยู่กลางแจ้งมานานนับเป็นร้อย ๆ ปี องค์พระพุทธรูปมีลักษณะและขนาดใกล้เคียงกับพระนอนจักรสีห์ จังหวัดสิงห์บุรี สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยเดียวกัน องค์พระนอนมีพุทธลักษณะที่งดงาม พระพักตร์ยิ้มละไม สงบเยือกเย็น น่าเลื่อมใสศรัทธา พระมหากษัตริย์ไทยหลายพระองค์ได้เคยเสด็จมาสักการะบูชา อาทิเช่น พระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ เสด็จมาเมื่อ พ.ศ. 2296 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ในปี พ.ศ. 2421 และ 2451

วัดเฉลิมพระเกียรติวรวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดวรวิหาร ฝ่ายมหานิกาย ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา ในหมู...
11/08/2026

วัดเฉลิมพระเกียรติวรวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดวรวิหาร ฝ่ายมหานิกาย ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา ในหมู่ที่ 3 บ้านท่าน้ำนนท์ ตำบลบางศรีเมือง อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ถือเป็นวัดเก่าแก่ที่มีอายุมากกว่า 160 ปี ปัจจุบันมี พระธรรมวชิรปัญญาภรณ์ (ละเอียด กิตฺติสุขุโม) เป็นเจ้าอาวาส

สิ่งสำคัญภายในวัดคือพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวซึ่งประดิษฐานอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณใกล้กับท่าน้ำของวัดนอกจากนี้ยังมีกำแพงแก้วล้อมรอบพระอุโบสถที่ทำเป็นกำแพงป้อมค่ายแห่งเดียวในประเทศไทย จึงทำให้วัดแห่งนี้ถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำละครแนวย้อนยุคหลายเรื่อง

เมื่อวันเสาร์ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2562 ทางจังหวัดนนทบุรีได้กระทำพิธีพลีกรรมตักน้ำบริเวณกลางแม่น้ำเจ้าพระยาหน้าวัดเฉลิมพระเกียรติเพื่อนำไปใช้เป็นน้ำอภิเษกเนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เพราะถือว่าแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณหน้าวัดเฉลิมพระเกียรติเป็นแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์เพียงแห่งเดียวของจังหวัด

พระพุทธมหาโลกาภินันทปฏิมา

พระพุทธมหาโลกาภินันทปฏิมา
พระพุทธมหาโลกาภินันทปฏิมา เป็นพระประธานภายในพระอุโบสถ หล่อจากทองแดงแล้วลงรักปิดทอง รัชกาลที่ 3 โปรดเกล้าฯ ให้หล่อขึ้นพร้อมกับพระพุทธตรีโลกเชษฐ์ พระประธานในพระอุโบสถวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร พระเสฏฐตมมุนี พระประธานในพระอุโบสถวัดราชนัดดารามวรวิหาร และพระพุทธชัมพูนุช มหาบุรุษลักขณาอสีตยานุบพิตร พระประธานในพระวิหารวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร ใน พ.ศ. 2389 โดยหล่อจากทองแดงที่ขุดได้จำนวนมากจากอำเภอจันทึก จังหวัดนครราชสีมา มีลักษณะแบบพระพุทธรูปที่สร้างในรัชกาลที่ 3 คือ มีพระวรกายเพรียวบาง สังฆาฏิเป็นแผ่นใหญ่จรดพระนาภี พระพักตร์ค่อนข้างกลมกึ่งไข่ ขมวดพระเกษาเล็ก มีพระรัสมีเป็นเปลว พระขนงโก่ง พระเนตรเปิดและมองตรง พระนาสิกค่อนข้างเล็กและโด่ง พระโอษฐ์เล็กแย้มพระโอษฐ์เล็กน้อย เส้นพระโอษฐ์โค้งเล็กน้อยเกือบเป็นเส้นตรง เรียกว่า "พระพักตร์อย่างหุ่น

เจดีย์ประธานวัดเฉลิมพระเกียรติเริ่มก่อสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 แต่งานยังไม่แล้วเสร็จพระองค์สวรรคตเสียก่อน โดยการก่อสร้างมาแล้วเสร็จในสมัยรัชกาลที่ 4 ใน พ.ศ. 2394 ตั้งอยู่ด้านหลังพระอุโบสถ เป็นเจดีย์ทรงระฆังแบบอยุธยาซึ่งรัชกาลที่ 4 มีพระราชนิยมในการสร้างเจดีย์ทรงนี้ โดยวัดอื่นๆ ที่รัชกาลที่ 4 ทรงสถาปนาหรือซ่อมแซมก็มักสร้างหรือดัดแปลงเจดีย์เป็นเจดีย์ทรงระฆังแบบอยุธยาเช่นกัน เช่น วัดบวรนิเวศวิหาร, วัดบรมนิวาส, วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม, พระสมุทรเจดีย์ โดยลักษณะของเจดีย์ประธานวัดเฉลิมพระเกียรติ คือ ส่วนฐานมีฐานประทักษิณ 2 ฐาน ถัดขึ้นไปเป็นฐานเขียงและฐานบัวคว่ำ-บัวหงาย ในผังกลม ต่อด้วยมาลัยเถา 3 ชั้น บัวปากระฆังทำเป็นบัวลูกแก้วอกไก้ แทนบัวระฆังที่มีลายกลีบบัวประดับซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเจดีย์ทรงระฆังแบบอยุธยาที่สร้างในสมัยรัชกาลที่ 4 ถัดขึ้นไปเป็นองค์ระฆัง บัลลังก์ ก้านฉัตร เสาหาร บัวฝาละมี ปล้องไฉน ปลี เม็ดน้ำค้าง ตามรูปแบบของเจดีย์ทรงระฆังแบบอยุธยา แต่รูปแบบโดยรวมจะมีรูปร่างที่เรียวและสูงฉลูดกว่าเจดีย์ทรงระฆังแบบอยุธยาแบบดั้งเดิม

ข้อมูลจาก วิกิพีเดีย

พระวิหาร และ ศาลาการเปรียญ จะเปิดให้เข้าชมในวันเสาร์ อาทิตย์ เท่านั้น ผมไปในวันธรรมดา เลยไม่มีโอกาสได้เข้าชม

วัดสพานสูง เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย ตั้งอยู่ในหมู่ที่ 3 บ้านแหลมเหนือ ตำบลคลองพระอุดม อำเภอปากเกร็ด จังหวั...
13/07/2026

วัดสพานสูง เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย ตั้งอยู่ในหมู่ที่ 3 บ้านแหลมเหนือ ตำบลคลองพระอุดม อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี

วัดสพานสูงสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2395 เดิมชื่อว่า วัดสว่างอารมณ์ ต่อมาสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ได้เสด็จมาตรวจคณะสงฆ์ที่วัดนี้ พระองค์ทอดพระเนตรเห็นสะพานสูงข้ามคลองบ้านแหลม (คลองพระอุดมในปัจจุบัน) จึงประทานชื่อใหม่ว่า "วัดสพานสูง"

อาคารเสนาสนะได้แก่ อุโบสถ สร้างเมื่อ พ.ศ. 2470 เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก มีช่อฟ้า ใบระกา คันทวย หน้าบันลงรักปิดกระจก ศาลาการเปรียญ สร้างเมื่อ พ.ศ. 2516 เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กทรงไทย 2 ชั้น มีมุข 3 ด้าน ลงรักปิดกระจกและปิดทองช่อฟ้าใบระกา หอสวดมนต์ สร้างเมื่อ พ.ศ. 2538 เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก กุฏิสงฆ์ เป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ วิหาร เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ศาลาอเนกประสงค์ เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก และศาลาบำเพ็ญกุศล เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ส่วนปูชนียวัตถุมีพระประธานประจำอุโบสถปางมารวิชัย สร้างเมื่อ พ.ศ. 2470 และพระประธานประจำศาลาการเปรียญปางมารวิชัย สร้างเมื่อ พ.ศ. 2516

หลวงปู่เอี่ยม ปฐมนาม: อดีตเจ้าอาวาสผู้สร้างชื่อเสียงให้วัดเป็นอย่างมาก ท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดังที่เชี่ยวชาญด้านวิปัสสนากรรมกรรมฐานและพุทธาคม วัตถุมงคลของท่านโดยเฉพาะ "ตะกรุดโสฬสมงคล" และ "พระปิดตา" เป็นที่เสาะแสวงหาของนักสะสม

วัดยานนาวา เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี เดิมชื่อ "วัดคอกควาย" สร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 1 ได้รับกา...
07/07/2026

วัดยานนาวา เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี เดิมชื่อ "วัดคอกควาย" สร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 1 ได้รับการยกฐานะเป็นพระอารามหลวงและเปลี่ยนชื่อเป็น "วัดคอกกระบือ" จุดเด่นสำคัญคือ เจดีย์สำเภา ที่รัชกาลที่ 3 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเพื่ออนุรักษ์เรือสำเภาจีนที่กำลังจะเลือนหายไป

ความสำคัญและประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ:
ยุคอยุธยาถึงธนบุรี: แต่เดิมบริเวณนี้เป็นที่พักของชาวทวาย จึงเรียกชื่อตามชุมชนว่า "วัดคอกควาย" ก่อนจะเปลี่ยนเป็น "วัดคอกกระบือ" ในสมัยรัชกาลที่ 1
กำเนิดเจดีย์สำเภา: ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเรือสำเภาคอนกรีตขึ้นแทนเรือสำเภาไม้แบบเดิม โดยมีเจดีย์ 2 องค์ตั้งอยู่บนหลังเรือ มีความหมายเชิงสัญลักษณ์เพื่อเปรียบเสมือนพาหนะนำพาพุทธศาสนิกชนข้ามวัฏสงสา
การเปลี่ยนชื่อ: พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานนามใหม่ว่า "วัดยานนาวา" เพื่อให้สอดคล้องกับรูปร่างของเรือสำเภา และให้ผู้คนในยุคหลังได้รู้จักรูปแบบเรือสำเภาโบราณ

วัดสุทธิวราราม ตั้งอยู่บน ถนนเจริญกรุง แขวงยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพมหานคร มีเนื้อที่ 4 ไร่ 3 งาน 13 วา ได้รับพระราชทานวิส...
03/07/2026

วัดสุทธิวราราม ตั้งอยู่บน ถนนเจริญกรุง แขวงยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพมหานคร มีเนื้อที่ 4 ไร่ 3 งาน 13 วา ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2424 ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยกรุงธนบุรี นับเป็นวัดประจำสกุล ณ สงขลา ในกรุงเทพมหานครอีกแห่งหนึ่งนอกจากวัดสุวรรณคีรี จังหวัดสงขลา

เดินชิลล์ออกกำลังกายได้ภาพแต่ไม่มีสีสัน 🚶
23/06/2026

เดินชิลล์ออกกำลังกายได้ภาพแต่ไม่มีสีสัน 🚶

ศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาวไฮไลท์ศักดิ์สิทธิ์และสถาปัตยกรรมล้ำค่าศาลเจ้าแห่งนี้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานนามเพื่อเฉลิมพระเ...
26/05/2026

ศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว

ไฮไลท์ศักดิ์สิทธิ์และสถาปัตยกรรมล้ำค่า
ศาลเจ้าแห่งนี้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานนามเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 72 พรรษา ภายในประดิษฐานองค์พระรูปจำลององค์หลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) ที่แกะสลักจาก "หินหยกขาว" ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย พร้อมด้วยพระโพธิสัตว์และเทพเจ้าสำคัญของจีนรวม 8 องค์

วัดชิโนรสารามวรวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร สังกัดมหานิกาย ในแขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร ต...
10/05/2026

วัดชิโนรสารามวรวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร สังกัดมหานิกาย ในแขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร ตั้งอยู่ริมคลองมอญ ติดถนนอิสรภาพ ตรงข้ามกับกรมอู่ทหารเรือ

ผู้สร้างวัดคือ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส ขณะดำรงพระอิสริยยศเป็นกรมหมื่นนุชิตชิโนรส สร้างเมื่อ พ.ศ. 2379 ด้วยพระประสงค์จะใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม เจริญวิปัสสนากรรมฐาน สำราญพระอิริยาบถในบางโอกาส โดยได้สร้างพระอุโบสถ พระวิหาร 4 ทิศ พระเจดีย์ยอดปรางค์ พระเจดีย์ใหญ่ ชาวบ้านเรียกวัดว่า วัดใหม่วาสุกรี ตามพระนามเดิมของพระองค์คือ พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าวาสุกรี

ต่อมาท่านได้น้อมถวายวัดเป็นพระอารามหลวงในสมัยรัชกาลที่ 4 แต่วัดยังสร้างไม่เสร็จก็ทรงสิ้นพระชนม์เสียก่อน ในสมัยรัชกาลที่ 4 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ช่างปั้นและเขียนรูปนาคไว้ทั่วไปเพื่อเป็นเครื่องหมายแห่งพระนามเดิม และให้ปั้นรูปพระมหามงกุฎ ลงรักปิดทองไว้เหนือเรือนแก้วหลังพระประธานในพระอุโบสถ

พระอุโบสถมีศิลปะผสมแบบสมัยรัชกาลที่ 3 กว้าง 13.60 เมตร ยาว 26.30 เมตร เป็นลักษณะทรงไทย หลังคาลด 2 ชั้น หน้าบันประดับปูนปั้นเป็นรูปกิ่งไม้ ดอกไม้ มีเทพพนมครึ่งองค์อยู่ตรงกลาง ปิดทองประดับกระจก บานประตูหน้าต่างภายในเขียนลายฮ่อ หรือลายโต๊ะจีน หลังคามุงกระเบื้องประดับช่อฟ้า ใบระกา ภายนอกอาคารเขียนลายรดน้ำรูปนาคดั้นเมฆ บานประตูกลางด้านนอกเขียนรูปเซี่ยวกางเหยียบนาคถือพัดแฉก เพดานสีแดงเขียนรูปนาคลายฉลุปิดทอง ภายในมีจิตรกรรมฝาผนัง ช่วงหน้าพระประธานระดับหน้าต่างเขียนภาพแผนที่วัดชิโนรส แผนที่คลอง แม่น้ำ และแผนที่พระบรมมหาราชวัง

มีพระประธานคือ พระพุทธชินสีห์วรมงคลมุนี ซึ่งได้รับพระราชทานนามจากพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เป็นพระพุทธรูปหล่อ ปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 3 ศอก 4 นิ้ว สูงตลอดยอดพระรัศมี 1 วา 5 นิ้ว มีพระอัครสาวกซ้ายขวาข้างละองค์ สูง 2 ศอก 1 คืบ 9 นิ้ว เท่ากันทั้งสององค์ รัชกาลที่ 9 ยังโปรดให้ปั้นพระมหาพิชัยมงกุฎ ลงรักปิดทองไว้เหนือซุ้มเรือนแก้ว หลังพระประธาน เพื่อเป็นการรำลึกถึงสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส

พระวิหาร 4 ทิศ หรือวิหารคด ทิศละ 2 หลัง รวม 8 หลัง เป็นอาคารทรงไทย ก่ออิฐถือปูน ไม่มีช่อฟ้าใบระกา ปัจจุบันเหลือเพียง 2 หลัง มีพระเจดีย์คู่องค์ใหญ่ ก่ออิฐถือปูน ฐานล่างย่อ 6 เหลี่ยม สูง 14 วา ฐานกว้าง 13 วา องค์พระเจดีย์ย่อมุม 5 เหลี่ยม เป็นพระเจดีย์ไม้สิบสอง มียักษ์แบก 18 ตน

ในวัดยังมีพระตำหนักสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส กว้าง 11.40 เมตร ยาว 24.90 เมตร พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสร้างถวาย

* เสียดายที่ทางวัดไม่ได้เปิดให้เข้าไปกราบพระในโบสถ์ แต่ก็ยังมี วิหาร หลวงปู่ทวดที่เปิดให้กราบครับ เลยเก็บบรรยากาศภายในวัดมาให้ชม แต่ไม่ได้เข้ากราบองค์พระประธานในโบสถ์ *

ที่อยู่

434/7 Soi Charoenkung85 Charoenkungroad Watphrayakrai
Bangkok
10120

เบอร์โทรศัพท์

+66961522926

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ บันทึกเรื่องราวเก็บไว้ด้วยภาพผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง บันทึกเรื่องราวเก็บไว้ด้วยภาพ:

ทางลัด

แชร์

ประเภท