06/09/2026
https://www.facebook.com/share/p/1Dni4PTKP9/
หน้าต่างริมสวน (2)
3 กันยายน 69
“จีไอกับพัทยา”
..ทหารจีไอยุคนั้นคลั่งไคล้กีฬาและกิจกรรมกลางแจ้ง (Outdoor) มากๆ พวกเขาเปลี่ยนหาดเงียบๆ ให้กลายเป็นสนามเล่นกระดานโต้คลื่น, เจ็ทสกี, การแล่นเรือใบ และการออกไปตกปลาทะเลลึก...
นึกภาพพัทยาในหัวตอนนี้… ภาพของคุณคืออะไร?
ตึกสูงเสียดฟ้า, ผับบาร์ที่เปิดไฟวิบวับ, ถนน Walking Street หรือทะเลที่เต็มไปด้วยสปีดโบ๊ตและเจ็ทสกีซิ่งกันให้ควั่ก? 🌊✨
แต่เชื่อไหมว่า... ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 60 ปีก่อน พัทยาไม่ได้มีอะไรแบบนี้เลย เมืองนี้เป็นเพียง “หมู่บ้านชาวประมงอันเงียบสงบ” ที่มีแต่ต้นมะพร้าว หาดทรายขาว และเรือไม้เก่าๆ ของชาวบ้านเท่านั้น
จุดเปลี่ยนที่พลิกโฉมพัทยาให้กลายเป็น ‘หมุดหมายการท่องเที่ยวระดับโลก’ มีเบื้องหลังที่น่าทึ่งมาก เพราะมันขับเคลื่อนด้วย "ภาพยนตร์ฮอลลีวูด" และ "สงครามเย็น" ! 🎯
สะพานเชื่อมวัฒนธรรมยุค จอมพล ป….
เรื่องนี้ต้องย้อนไปไกลถึงยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ในสมัยของรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม ที่ประเทศไทยเลือกจับมือเป็นพันธมิตรกับสหรัฐอเมริกาเพื่อต่อต้านคอมมิวนิสต์
ความร่วมมือในวันนั้นไม่ได้มาแค่เรื่องทหารหรืออาวุธยุทโธปกรณ์เท่านั้น แต่มันมาพร้อมกับสิ่งที่เรียกว่า "ซอฟต์พาวเวอร์" ยุคแรก นั่นคือ "วัฒนธรรมอเมริกัน" และ "ภาพยนตร์ฮอลลีวูด" ผ่านการทำงานของสำนักงานข่าวสารอเมริกัน (USIS) 🎥
ยุคนั้นมีการจัดฉาย "หนังกลางแปลง" หรือ "หนังขายยา" ไปทั่วประเทศ คนไทยเริ่มคุ้นเคยกับดนตรีร็อกแอนด์โรล แฟชั่นกางเกงยีนส์ และวิถีชีวิตแบบฝรั่งจากบนแผ่นฟิล์ม
ในทางกลับกัน ภาพยนตร์และสารคดีท่องเที่ยวที่ผลิตโดยสื่ออเมริกัน ก็ส่งภาพความสวยงาม ความแปลกใหม่ และมิตรภาพของเมืองไทยกลับไปฉายให้คนในสหรัฐฯ ได้เห็นเช่นกัน จนประเทศไทยกลายเป็น "ดินแดนในฝัน" ที่น่ามาเยือนของคนฝั่งนู้น
🏄 เมื่อ GI มองหาที่ ‘ปล่อยจอย’ และเล่นกีฬา…
พอเข้าสู่ช่วงสงครามเวียดนาม ทหารอเมริกัน (GI) จำนวนมหาศาลหลั่งไหลเข้ามาปักหลักในไทย โดยมีศูนย์กลางใหญ่อยู่ที่ "สนามบินอู่ตะเภา" จังหวัดชลบุรี
ด้วยความเครียดจากการรบ ทหารหนุ่มเหล่านี้จึงต้องการสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ หรือที่เรียกว่า R&R (Rest & Recreation) และด้วยภาพจำความสวยงามของทะเลไทยที่เคยผ่านตาจากสื่อฮอลลีวูด... หวยจึงมาตกที่ “พัทยา” ซึ่งอยู่ใกล้ฐานทัพที่สุด! 📍
สิ่งที่น่าสนใจคือ ทหารจีไอยุคนั้นคลั่งไคล้กีฬาและกิจกรรมกลางแจ้ง (Outdoor) มากๆ พวกเขาเปลี่ยนหาดเงียบๆ ให้กลายเป็นสนามเล่นกระดานโต้คลื่น, เจ็ทสกี, การแล่นเรือใบ และการออกไปตกปลาทะเลลึก
ชาวบ้านพัทยายุคนั้นหัวไวสุดๆ! รีบดัดแปลงเรือประมงของตัวเองมาเป็นเรือพานักท่องเที่ยวไปซิ่ง เกิดเป็นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแนวสปอร์ตและนันทนาการยุคแรกเริ่มของเมือง
🎸 เนรมิต "บ้านเกิด" ไว้ริมชายหาดไทย...
เพื่อตอบสนองความโหยหาบ้านเกิดและเงินดอลลาร์ที่สะพัด พัทยาจึงเริ่มปรับตัวตามวัฒนธรรมป็อปของอเมริกาอย่างรวดเร็ว บาร์เบียร์ คลับ แสงสีเสียงเปิดเพลงของ Elvis Presley หรือวง The Beatles ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดเพื่อต้อนรับทหารฝรั่ง รวมถึงอาหารลูกครึ่งอย่าง “ข้าวผัดอเมริกัน” และ “American Breakfast” ก็ถือกำเนิดขึ้นในยุคนี้เอง
จากวันนั้นจนถึงวันนี้ แม้ทหารจีไอจะถอนทัพกลับประเทศไปนานแล้ว แต่ "ดีเอ็นเอ" แห่งความบันเทิง กีฬาทางน้ำ และแสงสีเสียงที่ฮอลลีวูดและสงครามเย็นเคยฝังไว้ ก็ยังคงอยู่และทำให้พัทยากลายเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ไม่เคยหลับใหลมาจนถึงทุกวันนี้ครับ 🌴✨
👉 อ่านจบแล้วคิดยังไงกันบ้าง? ใครเคยมีโอกาสไปพัทยายุคเก่าๆ หรือมีภาพจำของพัทยาครั้งแรกตอนปีไหนกันบ้าง? มาคอมเมนต์แชร์ความทรงจำกันหน่อยครับ! 👇
"บางคนบอกว่าต่อให้ไม่มี GI ด้วยทำเลที่ใกล้กรุงเทพฯ พัทยาก็ต้องโตอยู่ดีเหมือนบางแสน เหมือนหัวหิน แต่อาจจะโตไปในแนวพักผ่อนครอบครัวมากกว่าสายแสงสี... คิดแบบไหนกันบ้างครับ?"