12/07/2021
12 กรกฎาคม 1854
วันเกิด จอร์จ อีสต์แมน
ผู้ประดิษฐ์กล้องถ่ายรูปโกดัก
Light makes photography. Embrace light. Admire it. Love it. But above all, know light. Know it for all you are worth, and you will know the key to photography.
"แสงสร้างภาพถ่าย โอบรับมัน ชื่นชมมัน รักมัน แต่เหนืออื่นใด ต้องรู้จักแสง รู้จักมันเพื่อทุกอย่างที่คุณให้คุณค่า และคุณจะรู้ซึ้งถึงหัวใจของการถ่ายภาพ"
จอร์จ อีสต์แมน เกิดเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 1854 เป็นบุตรของ จอร์จ วอชิงตัน อีสต์แมน ในเมืองวอเตอร์วิลล์ รัฐนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา พ่อของเขาเปิดโรงเรียนด้านธุรกิจ Eastman Commercial College ในเมืองโรเชสเตอร์ที่ครอบครัวย้ายไป ก่อนจะเสียชีวิตอย่างกะทันหัน ขณะเขาอายุได้เพียง 8 ปี แมรี่ ผู้เป็นมารับนักเรียนประจำมาสอนเพื่อหารายได้จุนเจือครอบครัว ต่อมาหนึ่งในพี่สาวจากสองคนป่วยเป็นโรคโปลิโอต้องนั่งรถเข็นเสียชีวิตขณะเขาอายุ 16 ปี
อายุได้ 14 ปีอีสต์แมนก็ออกจากโรงเรียนมาทำงานหาเงินช่วยครอบครัว เริ่มจากการเป็นเด็กส่งเอกสาร และพนักงานทั่วไปของบริษัทประกันภัย ใช้เวลาเรียนด้านบัญชีที่บ้านเพื่อจะได้มีเงินเดือนที่สูงขึ้น ก่อนเขาจะได้เป็นพนักงานบัญชีที่ธนาคารโรเชสเตอร์
เมื่ออายุได้ 24 ปี ขณะกำลังเตรียมจะเดินทาง และคิดจะบันทึกเรื่องและภาพเอาไว้ เขาจึงพบว่าอุปกรณ์ถ่ายภาพในขณะนั้นทั้งขนาดใหญ่ เทอะทะ มีราคาแพง เป็นเพียงงานอดิเรกของคนมีเงินเท่านั้น ทำให้อีสต์แมนซึ่งสนใจเรื่องดังกล่าว เริ่มค้นคว้าหาวิธีการถ่ายภาพที่ไม่ยุ่งยากสำหรับคนทั่วไป เขาประยุกต์การพิมพ์ของอังกฤษที่เรียกว่าเพลทแห้ง และการช่วยเหลือจากช่างภาพสมัครเล่นสองคนในเมือง จนสร้างเครื่องมือสำหรับอัดภาพถ่ายลงบนกระดาษเคลือบเจลาตินได้
อีสต์แมนลาออกจากงานมาก่อตั้งบริษัทถ่ายภาพ ในปี 1880 อีกห้าปีต่อมาเขาจดสิทธิบัตรกล้องถ่ายภาพที่เขาและ วิลเลียม ฮอลล์ วอล์คเกอร์ พัฒนาขึ้นให้มีขนาดเล็กและมีราคาถูกลง สามปีต่อมาเขาเปิดกล้องตัวแรกพร้อมตั้งชื่อที่มีเอกลักษณ์ว่า Kodak(โกดัก) พร้อมเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น Eastman Kodak พร้อมสโลแกน "คุณกดปุ่ม ที่เหลือเราทำให้" และต่อมาได้พัฒนาแผ่นฟิล์มสำหรับใส่กล้องได้ง่ายยิ่งขึ้น ซึ่ง โธมัส อัลวา เอดิสัน ยังได้นำมันไปดัดแปลงสำหรับใช้กล้องถ่ายทำภาพยนตร์อีกด้วย และทำให้ธุรกิจของอีสต์แมนประสบความสำเร็จยิ่งขึ้นไปอีก
บริษัทของเขายังพัฒนากล้องราคาถูกอีกหลายแบบ และทำให้การถ่ายภาพเป็นศิลปะที่เริ่มต้นได้ง่ายแก่มือสมัครเล่นนับแต่นั้น นอจากนี้อีสต์แมนยังเป็นคนใจบุญ เขามีแนวคิดในการแบ่งผลกำไรและของขวัญจากเงินส่วนตัวให้แก่พนักงาน รวมถึงมอบเงินบริจาคให้กับสถาบันช่างกลแห่งโรเชสเตอร์ที่กำลังประสบปัญหา, สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์(MIT), สถาบันการศึกษา และคลินิกทันตกรรมอีกหลายแห่ง
เขายังเป็นนักสะสมงานศิลปะ และรักดนตรี โดยได้ก่อตั้งโรงเรียนสอนดนตรี Eastman School of Music ในปี 1921 แต่ชีวิตส่วนตัวนั้นอีสต์แมนไม่เคยแต่งงาน หรือมีครอบครัว โดยอ้างว่าเขายุ่งเกินไป
ขณะอายุได้ 77 ปี อีสต์แมนสังเกตความเจ็บปวด ความเสื่อมถอยของร่างกายทั้งอาการไขข้อ และโรคเบาหวาน ที่ทำให้เขาเคลื่อนไหวได้อย่างยากลำบาก วันที่ 14 มีนาคม 1932 เขาตัดสินใจฆ่าตัวตายจบชีวิตหนึ่งในผู้มีบทบาทอย่างสูงในอุตสาหกรรมภาพถ่ายของโลก
#สนับสนุนพวกเราได้โดย
สมัครเป็นสมาชิก Sarakadee e-Library
นอกจากบทสัมภาษณ์ชุดนี้แล้ว
ยังอ่านบทความ สกู๊ป ซึ่งมีคลังข้อมูลมหาศาลจากนิตยสารสารคดี 400 ฉบับ
ค้นบ่อยๆ อ่านยาวๆ สมัครสมาชิก 1 ปี : 300 บาท
ค้นเฉพาะกิจ สมัครสมาชิก 1 เดือน : 100 บาท
ห้องสมุด : สนใจติดต่อทางอินบอกซ์
ติดต่อได้ที่
Line :
FB inbox : http://m.me/sarakadeeboranrobroo