Realframe Realframe is a Thai photographer group which has powerful individual vision and work based on true stories about human rights, politics, etc. in Thailand.

ความรักของเอกชัย
15/02/2026

ความรักของเอกชัย

Realfame People

"รักเธอน้อยกว่าประชาธิปไตย : เอกชัย หงส์กังวาน"

ระหว่างความรักกับประชาธิปไตยคงให้น้ำหนักประชาธิปไตยมากกว่า เราไม่เหมือนชาวบ้าน ไม่ได้รักสวยรักงาม ไม่แต่งตัว ผมเผ้ายุ่งไม่เหมือนกะเทยคนอื่น ความคิดอ่านก็ไม่เหมือน คนอื่นคิดเรื่องสวยงามเราไม่คิดเลย

จริงๆ เพิ่งมาเปลี่ยนตอนปี 2548-49 ก่อนนั้นไม่เคยสนใจการเมือง ตอนรัฐบาลทักษิณมีนโยบายหวยบนดิน เราก็เอามาขาย รายได้ดี เดือนหนึ่งทำแค่ 2 อาทิตย์ เป็นงานที่เราถูกใจ พอรัฐประหาร 2549 ยกเลิกหวยบนดิน เราขาดทุนเขาไม่ชดเชย ก็เลยโมโห ตอนนั้นมีประท้วงเรื่องหวยบนดินแล้วก็แผ่ว แต่เราไม่ยอม คนมองว่าเราเชียร์ทักษิณ เราไม่ได้เชียร์ แต่ไม่พอใจที่ทะเลาะกันแล้วมาทำให้กูเดือดร้อน เลยออกมาสู้ ตอนนั้นมีกลุ่มคนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการ เราไปแจมบ่อย ไปๆมาๆ มันไม่ได้มีแค่เรื่องหวยบนดินนะ มีอะไรมากกว่านั้น สุดท้ายอินการเมือง ปี 2554 มาโดน112 อยู่ในคุก2ปี8เดือน

เราเจอกับแฟนในเรือนจำ เราเข้าไป 28 มี.ค. 2556 เขาเข้ามาก่อนเราอาทิตย์นึง ข้อหาพรากผู้เยาว์-ข่มขืน เขาเป็นเด็กมหาลัยค่อนข้างเจ้าชู้ ไปมีอะไรกับเด็กม.ปลายแล้วพ่อแม่เขาเอาเรื่อง จำคุก 2 ปีกว่า ยังเรียนไม่จบมาโดนจับก่อน

เราโดนข้อหา 112 อยู่แดน1 เลยได้เจอเขา เขาอายุน้อยกว่าเรา 16 ปี หน้าตาดี เราปิ๊งก่อนก็อ่อยดูปรากฏว่าเขาเล่นด้วย วันหนึ่งเขามาถามว่าขอกอดได้ไหม เราก็ให้กอด แล้วเราก็ถามว่าชื่ออะไร จริงๆ รู้อยู่แล้วแต่ทำฟอร์ม คุยกันจากนั้นก็เป็นแฟนกัน
อยู่ในนั้นเราเป็นหัวหน้าห้องสมุด มีตำแหน่ง ไม่ใช่นักโทษธรรมดานะ ตอนหลังไปเป็นหัวหน้าโรงเลี้ยง พอคนเห็นเรากระหนุงกระหนิงมีแฟนเด็กกว่าตั้ง 16 ปี ก็ฮือฮา มาชมเราอย่างนั้นอย่างนี้ แต่มันอายไม่ยอมรับ

ในนั้นเขาเรียกฉันว่า "เจ๊หลี" อยู่ร.ร.เก่าชื่อหนึ่ง มหาลัยชื่อหนึ่ง ในคุกก็อีกชื่อหนึ่ง เราอยู่ห้องสมุด ตอนเช้าขายขนมปังปอนด์กับเยลลี่แยม มีนักโทษคนหนึ่งมากินแล้วเรียกเราเยลหลี จากนั้นทั้งแดนก็เรียกเยลหลี ไปๆมาๆเรียกเจ๊หลี แม้แต่ผู้คุมก็เรียก จริงๆ ชื่อเล่นคือ "เอก" แต่ไม่มีใครเรียกเลย

กะเทยในนั้นมีหลายประเภท 1.แต่งหญิงทั้งแปลงเพศไม่แปลงเพศ ส่วนใหญ่โดนข้อหาลักทรัพย์ตามพัฒพงษ์ ชวนฝรั่งไปนอน พอเขาไม่เล่นด้วยก็ไปล้วงกระเป๋า 2.แต่งเป็นชายแต่บุคลิกดูออก ตอนต้นจะไม่ยอมรับ อยู่ไปเห็นผู้ชายอาบน้ำก็จะเริ่มอาการหนักขึ้น(หัวเราะ) และจะมีผัวในที่สุด 3.แมนแท้ๆเลย ดูไม่ออก แม้แต่ตัวเขาก็ไม่รู้ บางคนมีลูกมีเมียแล้ว อยู่ไปเห็นผู้ชายอาบน้ำ เกย์แตก ขอเลิกกับเมีย

อยู่ในนั้นทำอะไรยาก คู่อื่นมี แต่เราไม่มี แค่กอดกัน จริงๆ ผิดระเบียบ แต่เราเป็นหัวหน้า ผู้คุมก็ทำเป็นมองไม่เห็น ส่วนคนอื่นถ้าโจ่งแจ้งเกินไปก็จะโดน

เรารู้สึกเหมือนคนนี้เป็นพรหมลิขิต เขาเล่าว่าคุ้นหน้าเรา เหมือนเคยเห็นที่โรงหนังเดอะมอลล์บางกะปิ สมัยก่อนเราชอบไปนั่งหน้าโรงหนังดูที่เขาฉายตัวอย่างหนัง เขาจำได้ว่าไปกับแฟนแล้วเห็นเรานั่งตรงนี้ แต่เราจำไม่ได้หรอก ที่เหลือเชื่อคือเขาออกจากคุกก่อนเราเกือบปีแล้วไม่เคยมาเยี่ยมเราเลย เขาได้ออกไปก่อนแล้วมีกฎว่าช่วงพักโทษห้ามเยี่ยมเพื่อนในเรือนจำ ก่อนออกเขาขอเบอร์เรา เราบอกไม่ได้ใช้มา 2 ปีคงหายแล้ว เขาก็ไม่มี เลยไม่ได้ขอเบอร์กัน ตอนนั้นเราคิดว่าคนนี้ไม่น่าจะใช่ เลยไม่ได้จริงจัง คิดว่ามันคงออกไปหาแฟนใหม่ เพราะเจ้าชู้ มีลูก มีแฟนผู้หญิงมา2-3คนแล้ว

ผ่านมาเกือบปี เราออกมาอยู่บ้านได้ 4 วัน วันนั้นเราข้ามถนนไปร้านอินเตอร์เน็ตฝั่งตรงข้ามบ้าน ดันไปเจอเขามาทัก ก็ตกใจ เขาบอกมาหาเพื่อน ทำไมมันเหมือนพรหมลิขิต เพิ่งออกมา 4 วันก็เจอในที่ที่ไม่เชื่อว่าจะได้เจอ ร้านอินเตอร์เน็ตในซอกหลืบซอย เหมือนพรหมลิขิตนะ คนนี้แฟนเลย

แรกๆ อยู่ในคุกเป็นเรื่องความใคร่ แต่ออกมาเราคิดว่าเขาน่าจะรักเรานะ เขามาหาเราสม่ำเสมอ ยกเว้นช่วงหลังนี้ ปกติเขาโทรหาเราเกือบทุกวัน พอไม่โทรมาเราก็โทรไปถาม เขาบอกช่วงนี้เครียดๆ ไม่ว่างโน่นนี่ พอโทรถามว่ามีคนอื่นใช่ไหม ทำไมไม่โทรมา เขาบอก "กูกลัว" เราเป็นข่าวบ่อยๆ เขากลัวจะโดนจับไปด้วย

เขาเคยเอารูปลูกสาวให้ดู ส่วนพ่อแม่เขาไม่รู้เรื่องนี้ กลัวพาเราไปแล้วตกใจ เหมือนเราเป็นเมียเก็บ (หัวเราะ) ดวงเราได้อย่างนี้ก็คงได้แค่นี้แหละ ไม่ออกสื่อ คิดถึงก็โทรหา เขาชอบพูดแบบเด็กๆ "คิดถึงเค้าป่ะ" "ไม่คิดถึงสักนิดนึงเหรอ" ชอบพูดอย่างนี้
เขาเคยเล่าว่า แม่เขาเอารูปเราในมือถือมาให้ดูว่าตอนอยู่ในคุกรู้จักไอ้นี่ไหม เขาบอกไม่รู้จัก เราก็โมโหใหญ่เลย "ทำไมไม่บอกว่ากูเป็นเมียมึง" เขาบอกกลัวแม่ช็อกตาย(หัวเราะ)

เราทำใจแล้ว ไม่ได้คาดหวัง อยู่ได้ก็อยู่ ถ้าไม่พร้อมก็ต้องปล่อยเขา ถ้าเขาจะไปสักอย่างจะทำอะไรได้ เหมือนดวงเรามีแค่นี้ ได้เท่านี้ยังดีกว่าไม่ได้เลย แต่เขาไม่ได้ห้ามเรื่องการเมือง บางคนมีครอบครัวแล้วบอกอย่าไปยุ่งเลย เขาพูดแค่ว่ากลัวไม่อยากยุ่งด้วย ไม่ห้ามแต่ไม่กล้ามากับเรา เราเหมือนเป็นเพื่อน ไม่ได้คิดว่าต้องมาอยู่กินผัวเมียเปิดเผย แต่ก็ไม่ห่างเหิน เขาคิดถึงเมื่อไหร่ก็โทรมา อยากหาก็มา เหมือนเป็นเมียเก็บ(หัวเราะ)

สัมภาษณ์และถ่ายภาพ : ยศธร ไตรยศ

27/01/2026

8 กุมภา ❌ เห็นชอบ Photos : Realframe
#8กุมภากาเห็นชอบ

8 กุมภา ❌ เห็นชอบ สามารถดาวน์โหลดกรอบภาพได้ที่ https://shorturl.at/zKNDXphotos : Realframe #8กุมภากาเห็นชอบ
27/01/2026

8 กุมภา ❌ เห็นชอบ

สามารถดาวน์โหลดกรอบภาพได้ที่ https://shorturl.at/zKNDX

photos : Realframe

#8กุมภากาเห็นชอบ

19/01/2026
"Area 304"ปลายปี 2568 ก่อนหน้าที่จะมีการประกาศยุบสภา ผมมีโอกาสได้ลงพื้นที่ สวนอุตสาหกรรม 304 จังหวัดฉะเชิงเทรา เหตุสืบเน...
19/01/2026

"Area 304"
ปลายปี 2568 ก่อนหน้าที่จะมีการประกาศยุบสภา ผมมีโอกาสได้ลงพื้นที่ สวนอุตสาหกรรม 304 จังหวัดฉะเชิงเทรา เหตุสืบเนื่องมาจากสถานการณ์ตอนนั้นมีความพยายามผลักดันให้เกิดการก่อสร้างโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ขึ้นในพื้นที่ภายใต้กระบวนการที่รวบรัดผิดวิสัย ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากผู้เห็นต่างซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณโดยรอบของพื้นที่ ซึ่งในอนาคตจะเปลี่ยนสถานะเป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงหากการโครงการได้รับการอนุมัติ
📌‘ปริมาณไฟฟ้าสำรองที่ล้นเกิน'
ข้ออ้างหนึ่งที่รัฐใช้ในการอธิบายกรณีการสร้างโรงไฟฟ้าตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน คือความจำเป็นในการมีพลังงานสำรองเพื่อใช้ในสภาวะฉุกเฉิน โดยหลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลในเชิงตัวเลขปริมาณไฟฟ้าสำรองที่ยังคงเป็นข้อถกเถียงว่าเพียงพอต่อความต้องการใช้งานหรือไม่ ซึ่งโดยทั่วไปปริมาณไฟฟ้าสำรองที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากลอยู่ที่ 15 ถึง 25% ขณะที่ข้อมูลกำลังไฟฟ้าสำรองของภาคประชาสังคมที่คำนวณจากปริมาณสัญญาผลิตไฟฟ้าทั้งหมดเทียบกับยอดของปริมาณการใช้ไฟสูงสุดของประเทศไทยอาจสูงถึง 35 ถึง 40% ซึ่งหากข้อมูลดังกล่าวเป็นความจริง การสร้างโรงไฟฟ้าช่วงเวลาปัจจุบันอาจไม่มีความจำเป็นแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตามเมื่อกระบวนการต่างๆเดินทางมาถึงปัจจุบัน ที่ได้รับใบอนุญาตจากภาครัฐแล้ว คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้พิจารณาอนุมัติและออก ใบอนุญาตประกอบกิจการผลิตไฟฟ้า ให้กับบริษัทเอกชนเป็นที่เรียบร้อยแล้วในช่วงเดือน ตุลาคม 2568 โดยมีกำหนดการจะเริ่ม จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบตามสัญญาในปี 2570 และใบอนุญาตมีอายุการใช้งานยาวนานกว่า 25 ปี ซึ่งทำให้สามารถเดินหน้าผลิตไฟฟ้าได้จนถึงปี 2593 ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้นเป็นไปได้มากว่าเทคโนโลยีด้านพลังงานสะอาดอาจพัฒนาไปข้างหน้าจนโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติอย่างบูรพาพาวเวอร์กลายเป็นของเก่าที่ไม่จำเป็นอีกต่อไปหรือลดบทบาทลงไปจนไม่ใช่แหล่งพลังงานหลัก ดังนั้นตัวเลข 25 ปีอาจยาวนานเกินไปสำหรับการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีในปัจจุบัน
📌'ปริมาณน้ำไม่เพียงพอสำหรับบริโภคภายใน'
หนึ่งในแกนนำคนสำคัญในการลุกขึ้นคัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าบูรพาพาวเวอร์คือ กัญจน์ ทัตติยกุล ในฐานะเครือข่ายฉะเชิงเทรารีพาวเวอร์ที่ทำงานในประเด็น นอกจากเหตุผลด้านพลังงานไฟฟ้าที่เกินความต้องการใช้งานในปัจจุบันอีกหนึ่งเหตุผลที่สำคัญที่พี่กัญจน์เล่าให้ฟังคือปัญหาการขาดแคลนน้ำในพื้นที่ ที่มีแนวโน้มจะรุนแรงขึ้นจากเดิมทั้งปัญหาการปนเปื้อนสารพิษในแหล่งน้ำขนาดเล็ก ไปสู่การขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้งานในพื้นที่ ในปี 2562 ซึ่งน้ำส่วนใหญ่ที่ใช้ในพื้นที่มาจากคลองท่าลาด และอ่างเก็บน้ำคลองระบมเป็นแหล่งน้ำหลัก ซึ่งเป็นแหล่งน้ำเดียวกันกับที่ใช้ในสวนอุตสาหกรรม 304 ทำให้ชาวบ้านที่อาศัยบริเวณรอบพื้นที่ต้องเสียเงินซื้อน้ำบริโภค

สอดคล้องกับคำบอกเล่าของ พระปลัดอาทร ปญฺญาปทีโป เจ้าอาวาสวัดท่าไม้แดง อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา พระสงฆ์ที่ยืนหยัดคัดค้านก่อสร้างโรงไฟฟ้าในพื้นที่ร่วมกับชาวบ้านในพื้นที่มาอย่างยาวนาน ที่เล่าถึงปัญหาการขาดแคลนน้ำมาอย่างยาวนานในพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายหลังปี 62 ที่ชาวบ้านในพื้นที่ต้องซื้อน้ำในการบริโภคกันเอง “มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นราว 2,000 บาท ต่อครัวเรือน ถือเป็นเงินจำนวนมากเมื่อเทียบกับรายได้ของชาวบ้านที่พวกเขาต้องดูแลตัวเอง”
📌'แนวสายส่งและการรอนสิทธิ'
ในเชิงพื้นที่หากมองผ่านสายตาคนนอกการสร้างโรงไฟฟ้าหนึ่งแห่งคงไม่มีอะไรนอกเหนือไปจากตัวโรงงานผลิตไฟฟ้า แต่ในความเป็นจริงส่วนที่กระทบต่อชุมชนดังเดิมที่รายรอบคือการวางแนวก่อสร้างแนวเสาไฟฟ้าแรงสูงและสายส่งที่ทอดยาวหลายกิโลเมตรผ่านที่ดินของชาวบ้าน ซึ่งทำให้เกิดข้อจำกัดต่างๆทางด้านการใช้ประโยชน์ที่ดิน หรือที่เรียกกันในภาษากฎหมายว่าการรอนสิทธิ เช่น การห้ามปลูกสร้างอาคารบ้านเรือน ห้ามปลูกไม้ยืนต้นที่มีความสูงเกินกว่า 3 เมตร ห้ามเปลี่ยนแปลงสภาพผิวดินที่อาจส่งผลต่อโครงสร้างเสาไฟฟ้าเป็นต้น ข้อกำหนดดังกล่าวตัวแปรสำคัญที่ทำให้มูลค่าของที่ดินลดลงไปโดยปริยาย
หนึ่งใน 62 แปลงที่ดินของผู้ได้รับผลกระทบจากสายส่งไฟฟ้าแรงสูงพาดผ่านพื้นที่คือ วิสาขา ศรีเกษม ชาวบ้านที่ทำอาชีพเกษตรกรรมในพื้นที่ “ที่ดินส่วนใหญ่ทำสวนปาล์มและปลูกไม้ยืนต้นไว้ใช้งานบ้าง แต่พอประกาศว่าเป็นพื้นที่รอนสิทธิที่มันห้ามปลูกพืชสูงกว่า 3 เมตร และพาดเป็นแนวยาวผ่านที่ป้าเป็นสิบไร่มันแทบทำอะไรไม่ได้แล้ว เพราะแนวเสาไฟแต่ละต้นกินพื้นที่ 60 เมตร ตกข้างละ 30 เมตร บางจุดที่มันผ่านแทบจะเป็นทั้งหมดของไร่เรา” เธอเล่าด้วยสีหน้าสิ้นหวัง
เช่นเดียวกับ จำเรียง อุบลโชค เกษตรกรเจ้าของสวนปาล์มที่ที่ได้รับผลกระทบคล้ายกัน “อยากเก็บไว้เป็นที่มรดกคนได้ไปก็ไม่รู้จะเอาไปทำอะไร ขายต่อก็ไม่ได้ราคา รายได้จากที่เคยตัดปาล์มขายทุกปีก็ไม่รู้จะหาตรงไหนมาแทน จะว่าขัดขวางความเจริญก็ยอม แต่เอาจริงๆเราจะไปขวางอะไรเขาได้” สิ้นเสียงพูดคือเสียงถอนหายใจแผ่วๆของป้าจำเรียง
📌'ปกคลุมด้วยความอึมครึม'
อีกประเด็นหนึ่งที่ผมอยากพูดถึงในฐานะคนทำงานภาพคือบรรยากาศในพื้นที่ที่ผสมกันระหว่างความเงียบความอึมครึมและความหม่นหมองที่ปกคลุมไปทั่วบริเวณพื้นที่ก่อสร้างโรงไฟฟ้าบูรพาพาวเวอร์และบริเวณพื้นที่รอบสวนอุตสาหกรรม 304 เท่าที่ผมสัมผัสได้ ความรู้สึกที่พอจะสรุปได้คือไม่เลวร้ายถึงขึ้นรู้สึกไม่ปลอดภัยแต่ไม่ก็ไม่ใช่ความสดชื่นสดใสเหมือนที่ได้รับทั่วไปเมื่อเดินทางไปต่างจังหวัด สีเขียวจากไร่มันสำปะหลังและสวนยูคาลิปตัสกว้างไกลสุดสายตาทำงานกับเราอีกแบบ เช่นเดียวกับที่สายตาของคนแปลกหน้ามองกันอย่างระแวดระวัง ความเคลือบแคลงสงสัยพบได้ทั่วไปในพื้นที่ ความรู้สึกแบบเดียวกันนี้มักเกิดขึ้นในพื้นที่ที่โครงการพัฒนาที่สวนทางกับความต้องการของประชาชน

#โรงไฟ้า

"เสียงเงียบจากทะเลลึก"ทุกครั้งที่รัฐมีเป้าหมายในการพัฒนาโครงการพัฒนาขนาดใหญ่เป้าหมายทางเศรษฐกิจมักถูกหยิบยกมาพูดถึงก่อนผ...
04/12/2025

"เสียงเงียบจากทะเลลึก"
ทุกครั้งที่รัฐมีเป้าหมายในการพัฒนาโครงการพัฒนาขนาดใหญ่เป้าหมายทางเศรษฐกิจมักถูกหยิบยกมาพูดถึงก่อนผลกระทบทางชีวิตและสิ่งแวดล้อมเสมอ เช่นเดียวกับครั้งนี้ ที่โครงการ Land Bridge ถูกผลักดันให้เดินหน้าอย่างเต็มที่ ท่ามกลางเสียงคัดค้านและการตั้งคำถามถึงผลกระทบต่อธรรมชาติและวิถีชีวิตของผู้คน ที่ยังคลุมเครือและขาดการมีส่วนร่วมจากผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง หนึ่งในนั้นชาวมอแกน กลุ่มชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในท้องทะเลฝั่งอันดามันมาอย่างยาวนาน เกินกว่าเส้นแบ่งพรมแดนของรัฐสมัยใหม่จะเข้ามากำหนดชะตากรรมที่พวกเขาทำได้เพียงก้มหน้ารับมัน

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นซ้ำๆ จนเป็นที่มาขบวนการประชาชนที่เติบโตและแข็งแรงขึ้นตามบาดแผลและประสบการณ์ เช่นเดียวกับมอแกนเกาะพยาม ที่พวกเขากลายเป็นส่วนหนึ่งของภาคประชาสังคมที่คัดค้านการเข้ามาของ Land Bridge ที่กระทบโดยตรงต่อวิถีชีวิตและปากท้องของมอแกนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ขณะที่การดำเนินงานของภาครัฐกลับแทบไม่เคยนับรวมพวกเขาอยู่ในกลุ่มของผู้มีส่วนได้เสีย

พวกเขาเข้าใจธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย ซึ่งคือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นและเป็นไปกับมอแกนในปัจจุบัน บาดแผลภายหลังเหตุการณ์สึกนามิที่ทำให้ต้องถูกผลักดันออกจากพื้นที่ที่อาศัยมาแต่สมัยบรรพบุรุษส่งผลให้บ้านหลังปัจจุบันเป็นเสมือนผืนดินสุดท้ายที่เขาอยากรักษาไว้ให้ลูกหลานที่กำลังเติบโต ซึ่งนั่นหมายถึงการคงไว้ซึ่งอัตลักษณ์และวิถีแห่งมอแกนตามสมควร ซึ่งนั่นอาจหมายถึงการมีชีวิตอยู่ภายใต้กติกาของธรรมชาติร่วมกัน และพวกเขาเข้าใจสิ่งนั้นเป็นอย่างดี เหมาะสมแล้วที่พวกเขาใช้นามสกุล “ทะเลลึก” เหมือนๆกัน

เช้าของวันที่คลื่นลมสงบทะเลเรียบฟ้าเปิดโล่ง ผมติดเรือของเจและเอิน ทะเลลึก ออกไปเก็บกู้อวนจมปูที่วางไว้ข้ามคืน มันแทบจะว่างเปล่า มีเพียงปูม้า 2-3 ตัว และปลาเล็กๆไม่กี่ตัวที่พวกเขาเลือกจะปล่อยกลับลงทะเลไป ขณะที่ผมหงุดหงิดและกังวลแทนที่เขาต้องกลับบ้านมือเปล่า เจและเอินยังคงมีรอยยิ้มให้เห็นบนใบหน้าและตอบทุกข้อสงสัยเรื่องการหาปลาอย่างใจเย็น

“ทะเลก็แบบนี้ คลื่นลมสงบนิ่งปูปลาได้ไม่ดีเหมือนวันที่น้ำขุ่นลมแรง บางวันได้มาก บางวันไม่ได้เลย เดี๋ยวค่อยกลับมาใหม่” มันกลายเป็นว่าเจและเอินปลอบใจผมที่หวังจะได้เห็นปูปลาเยอะๆแทน

ผมมีเวลาถ่ายพูดคุยและถ่ายภาพกับครอบครัวทะเลลึกไม่ถึงสองวันด้วยข้อจำกัดของการทำงาน อาจไม่ครอบคลุมมิติของงานภาพถ่ายสารคดี แต่ในฐานะเพื่อนมนุษย์ผมยิ่งเชื่อมั่นว่าเสียงของผู้คนตัวเล็กๆในพื้นที่ขัดแย้งยังคงมีพลังเสมอหากเราพร้อมที่จะรับฟัง

เรื่องและภาพ ยศธร ไตรยศ

#มอแกน

วันสุดท้ายแล้ว สำหรับ Realframe และ เขียนแสง : KheanSang Coffee & Studio ยังมาเจอพวกเราได้ถึง 1 ทุ่มวันนี้ครับ งาน print...
23/11/2025

วันสุดท้ายแล้ว สำหรับ Realframe และ เขียนแสง : KheanSang Coffee & Studio ยังมาเจอพวกเราได้ถึง 1 ทุ่มวันนี้ครับ

งาน printPRINT ED.2
สถานที่ GalileOasis


#เขียนแสงสตูดิโอ

"15 ปี Realframe"15 ปี ในฐานะมนุษย์เราอาจเรียกกันว่าวัยรุ่น หากแต่ 15 ปี ในสายอาชีพการทำงานเราขอนิยามว่าเป็น "วัยลุง" ก็...
20/11/2025

"15 ปี Realframe"

15 ปี ในฐานะมนุษย์เราอาจเรียกกันว่าวัยรุ่น หากแต่ 15 ปี ในสายอาชีพการทำงานเราขอนิยามว่าเป็น "วัยลุง" ก็น่าจะได้ เชื่องช้า ปวดหลัง นอนไม่หลับบ้างแต่พวกเรายังคงทำงานกันเหมือนเดิม

เนื่องในโอกาส 15 ปี พวกเราอยากปักหมุดความทรงจำเล็กๆ ไว้ในหน้าหนึ่งของบันทึกการทำงานในฐานะช่างภาพ ในรูปแบบ Photo Zine "RETROSPECTIVE" คือการรวมภาพถ่ายของสมาชิกปัจจุบัน Realframe ทั้ง 4 คน ตลอดระยะเวลากว่า 15 ปีที่ผ่านมา ที่เป็นส่วนหนึ่งของการบันทึกเรื่องราวผู้คนในสังคม

บางภาพถ่ายเรียบง่ายแต่มีความหมายต่อเรา ณ ช่วงเวลานั้น ขณะที่บางภาพทำหน้าที่เสมือนบันทึกทางประวัติศาสตร์ทางสังคมและการเมืองของไทย ภาพถ่ายพาพวกเรามาไกลจนเกินจินตนาการของพวกเราแต่แรกเริ่ม

ชวนมาร่วมกันซึมซับเรื่องราวและความหมายของภาพถ่ายเชิงสารคดีด้วยกัน ในรูปแบบ Photo Zine พิมพ์ดิจิตอล ปกอ่อนปีกพับ เย็บจักร ขนาด A5 กระดาษ Hansol Rough 100 แกรม 72 หน้า พิมพ์จำนวนจำกัด 100 เล่ม

มาลองสัมผัส เปิดดู และพูดคุยกับพวกเรากันได้ในงาน .bkk วันที่ 21-23 พ.ย. 2568 สถานที่ GalileOasis

สำหรับผู้มาซื้อที่งาน ซื้อได้ในราคาพิเศษ เพียง 590 บาท (ราคาในงาน) และ 650 บาท สั่งได้ทางช่องทางเพจ

ขอบคุณสำหรับการสนับสนุนพวกเราตลอด 15 ปี ที่ผ่านมาครับ

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Realframeผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

ใครคือเรียลเฟรม?

เรียวเฟรม คือการรวมตัวของกลุ่มช่างภาพในประเทศไทย ที่สนใจประเด็นสิทธมนุษยชน สังคม การเมือง รวมไปถึงความเหลื่อมล้ำในมิติต่างๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศและภูมิภาคอาเซียน โดยใช้ภาพถ่ายเป็นเครื่องมือในการบอกเล่าเรื่องราวเล่านั้น เพื่อนำไปสู่การตั้งคำถาม ตลอดจนเป็นส่วนหนึ่งของกลไกลที่จะพลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในประเด็นดังกล่าว “เราไม่ใช่สำนักข่าวที่รายงานข้อมูลเป็นกลางรอบด้าน เราไม่ใช่ศิลปินที่คัดสรรความงามและพื้นที่แห่งการตีความ เราไม่ใช่นักวิชาการที่พร้อมด้วยคำอธิบาย จริงๆแล้ว เราอาจเป็นเพียงตัวแทนของชนชั้นล่างที่ตะโกนแหกปากสบถเรียกร้องชีวิตที่ดีขึ้นผ่านภาพถ่าย” https://realframe.co/