28/10/2017
ครั้งหนึ่งในชีวิต...พระเมรุมาศ เปิดให้เข้าชม 2-30 พ.ย. นี้
2-30 พ.ย.นี้ เปิดให้ประชาชนเข้าชมนิทรรศการพระเมรุมาศ ระหว่างเวลา 07.00-22.00 น. โดยผู้เข้าชมงานต้องแต่งกายสุภาพเรียบร้อย ขณะที่ในช่วงเช้าวันที่ 2 พ.ย. เวลา 07.00 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะเสด็จเป็นองค์ประธานเปิดนิทรรศการพระเมรุมาศ
งานนิทรรศการงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร จะเปิดให้ประชาชนคนทั่วไปเข้าชมได้ ตั้งแต่วันที่ 2 -30 พฤศจิกายน 2560 ระหว่างเวลา 07.00-22.00 น. โดยในช่วงเช้าวันที่ 2 พ.ย. เวลา 07.00 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะเสด็จเป็นองค์ประธานเปิดนิทรรศการพระเมรุมาศดังกล่าว
ทั้งนี้ในงานนิทรรศการพระเมรุมาศฯ คณะกรรมการฯได้ประเมินจำนวนคนที่เข้าร่วมนิทรรศการไว้วันละ 1 แสนคน แบ่งเป็น พระภิกษุสงฆ์ 500 องค์ คนพิการและคนชรา 500 คน นักท่องเที่ยวต่างชาติ 8,000 คน นักเรียนนักศึกษา 15,000 คน และประชาชนคนทั่วไป 80,000 คน เฉลี่ย 4 ตารางเมตรต่อคน จึงได้กำหนดให้เข้าชมรอบละ 5,000 คน
โดยกำหนดเวลาเข้าชม รอบละ 1 ชั่วโมง แบ่งเป็น ให้ชมบริเวณด้านหน้าพระเมรุมาศซึ่งเป็นส่วนของโครงการพระราชดำริ คนละ 15 นาที ส่วนในนิทรรศการ 6 อาคารจะให้ชมอย่างอิสระ 45 นาที ซึ่งประชาชนสามารถขึ้นชมพระเมรุมาศได้เฉพาะชั้น 1 เท่านั้น และเมื่อใกล้หมดเวลาประมาณ 5 นาที เจ้าหน้าที่จะส่งสัญญาณหมดเวลาเป็นรอบๆ
สำหรับงานนิทรรศการพระเมรุมาศฯ แบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลักๆ ได้แก่
1.นิทรรศการโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ บอกเล่าเรื่องราวผ่านงานภูมิทัศน์ ได้แก่ การชมแปลงนาข้าวและบ่อแก้มลิงบริเวณทางเข้าด้านทิศเหนือของมณฑลพิธี รวมถึงภาพจิตรกรรมฝาผนัง 3 ภาพใหญ่ ภายในพระที่นั่งทรงธรรม ซึ่งแสดงให้เห็นโครงการพระราชดำริที่สำคัญในทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย
2.นิทรรศการเกี่ยวกับการจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ และการบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ เป็นการบอกเล่าเรื่องราวผ่านสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ภายในบริเวณมณฑลพิธี และที่ศาลาลูกขุนทั้ง 6 หลัง จะมีนิทรรศการเพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับแนวคิดการออกแบบและขั้นตอนการผลิตงานสถาปัตยกรรม จิตรกรรม ประติมากรรม และงานประณีตศิลป์ ตลอดจนงานบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ
3.นิทรรศการพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจ จะจัดแสดงบนพระที่นั่งทรงธรรม กำหนดให้ประชาชนเดินชมเป็นทิศทางเดียว จากปีกอาคารด้านทิศใต้ ผ่านโถงกลางและจบที่ปีกอาคารด้านทิศเหนือ ประกอบด้วยนิทรรศการย่อย 5ส่วน คือ นิทรรศการพระราชประวัติตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ นิทรรศการจากหนังสืออุปกรณ์ทรงงาน (ชุดที่ 1) นิทรรศการธรรมราชา พระมหากษัตริย์ผู้ทรงทศพิธราชธรรม นิทรรศการจากหนังสืออุปกรณ์ทรงงาน (ชุดที่ 2) และนิทรรศการสืบสานสมานมิตร เล่าเรื่องการเสด็จพระราชดำเนินไปเจริญสัมพันธไมตรีกับต่างประเทศ
ประชาชนผู้ต้องการจะเข้าชมนิทรรศการ สามารถเข้าคิวรอตรงจุดพักรอบริเวณเต็นท์ที่จัดเตรียมไว้ โดยผู้เข้าชมงานต้องแต่งกายสุภาพเรียบร้อย งดเว้น เสื้อสายเดี่ยว เสื้อแขนกุด และกางเกงขาสั้น
นอกจากนี้ภายในงานยังมีการอำนวยความสะดวกให้กับผู้พิการ จัดให้มีนิทรรศการสัมผัส พร้อมเสียงบรรยายเพื่อให้ได้เข้าใจถึงความเป็นมาของการจัดสร้างพระเมรุมาศ และอาคารประกอบทั้งหมด โดยผู้พิการสามารถเข้าชมบริเวณจุดคัดกรองหลังกระทรวงกลาโหม และ พระภิกษุ สามเณร เข้าทางด้านหน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.)
สำหรับ “พระเมรุมาศ” ถือเป็นสถานที่สำคัญในการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในครั้งนี้ได้ถูกสร้างขึ้นอย่างประณีต โดยเป็นการรวมเอางานศิลปกรรมแขนงต่างๆ เข้าไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นงานจิตรกรรม ประติมากรรม สถาปัตยกรรม ภูมิสถาปัตยกรรม ฯลฯ บรรดาช่างที่มีส่วนร่วมต่างใส่หัวจิตหัวใจลงไปในงาน จนทำให้พระเมรุมาศของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช งดงามอลังการเป็นอย่างยิ่ง
พระเมรุมาศในครั้งนี้จึงเป็นมากกว่าสถานที่ประกอบพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ แต่เป็นดังการจารึกประวัติศาสตร์เกี่ยวกับโบราณราชประเพณี รวมไปถึงการรวบรวมสุดยอดงานประณีตศิลป์อันล้ำค่าของชาวไทย
Cr.Travel@Manager
Cr.Naris Pichedpan