RGB studio ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก RGB studio, การถ่ายภาพและการถ่ายวิดีโอ, 6/6 Soi 8 Sanambinkao Road , T. Suthep, Chiang Mai.

05/08/2024

Send a message to learn more

13/07/2023
แนะนำหนังสือ + แหล่ง  #ฝึกภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง ตั้งแต่พื้นฐาน จนถึงสำหรับการทำงาน และการเตรียมตัวเรียนต่อในระดับที่สูงขึ...
03/05/2021

แนะนำหนังสือ + แหล่ง #ฝึกภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง ตั้งแต่พื้นฐาน จนถึงสำหรับการทำงาน และการเตรียมตัวเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น
สวัสดีจาก #ทีมอเมริกา ตอนนี้อยู่ที่เมือง Seattle, Washington นะคะ 🙂
ขอแนะนำตัวเองคร่าวๆว่าเราเคยมาอเมริกา 3 รอบหลักๆ คือ
1. มาโครงการแลกเปลี่ยน AFS อยู่เมืองเล็กๆใกล้ Chicago ชื่อ Oswego (1 ปี)
2. มาเรียนปริญญาโท ด้านจิตวิทยาการจัดการองค์กร ที่เมือง New York City (2 ปี)
3. ติดตามสามี (คนไทย) ทำงานบริษัทแห่งหนึ่งในเมือง Seattle ตอนนี้เป็นปีที่ 2 ค่ะ
เราทำงานด้านการสอนภาษาอังกฤษ + ให้คำปรึกษาเรียนต่อ / และเคยทำงานด้านนโยบายสาธารณะ + การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เลยได้เห็นในหลายครั้งว่า สิ่งที่คนไทยเก่งๆหลายคนยังขาด ไม่ใช่ความรู้ความสามารถในด้านนั้นๆ แต่เป็น #ทักษะด้านภาษาอังกฤษ จากการขาดโอกาสในการเรียนรู้
วันนี้เลยอยากขอมาแชร์สิ่งที่เราเริ่มฝึกเองมาตอนสมัยมัธยม และคิดว่าหลายๆคนน่าจะนำไปใช้เตรียมตัวฝึกสิ่งที่ตั้งใจไว้ว่าจะทำในต่างประเทศได้ ไม่ว่าจะในการสอบ TOEFL IELTS GRE หรือในการเรียนต่อและทำงาน
ตอนนี้เขียนเล่าเรื่องการท่องเที่ยว และระบบการจัดการของอเมริกาในด้านต่างๆไว้ที่ page: PATTHARINterest ทุกวัน รวมถึงประสบการณ์เรื่องฉีดวัคซีนโควิดที่เพิ่งได้ฉีดไป ผู้สนใจสามารถเข้าไปหาข้อมูลได้ตลอดค่ะ 🙂
——————————
#วิธีฝึกภาษาอังกฤษ
-------------------------------------------------------------------------------
⭕️ หมวดฝึก Grammar
1. หนังสือ STANDARD ENGLISH GRAMMAR
และ ADVANCED ENGLISH GRAMMAR ของ อ.สำราญ คำยิ่ง
ฝึกกันแบบเด็กในระบบการศึกษาไทย หนังสือเล่มแรกๆในชีวิตที่อ่าน Standard English Grammar เป็นหนังสือแกรมมาร์ที่ทำให้เด็กประถมคนนึงที่ไม่เคยเข้าใจเลยว่าครูพูดอะไรอยู่ในคาบวิชาภาษาอังกฤษ จะไปรู้ได้ไงว่าในประโยคคำถาม เมื่อไหร่เราต้องใช้ is/am/are แล้วเมื่อไหร่ต้องใช้ do/does นำหน้าประโยค และเกิดสงสัยตอนมัธยมต้นว่าประธานของประโยคอย่าง “คณะกรรมการ” (committee) ที่มาเป็นกลุ่มก้อนนี้ ต้องใช้ verb เติม s หรือไม่เติม ได้หันมาทำความเข้าใจในเรื่องของแกรมมาร์เองด้วยการอ่านหนังสือเล่มนี้เพลินๆ แล้วเกิดรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องสนุกขึ้นมา ภาษาพูดที่คนเขียนใช้ ทำให้ไม่เบื่อและเข้าใจง่ายมากๆ ประทับใจและจำชื่ออาจารย์ที่เขียนแม่นเลย ว่าชื่อ อ. สำราญ คำยิ่ง
2. Grammar in Use ของ Cambridge
อันนี้เหมาะสำหรับคนที่อยากฝึกแกรมมาร์แบบระบบการศึกษาของอังกฤษ มีฉบับแปลภาษาไทยด้วยสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มต้นฝึกฝน ระดับเริ่มต้น ระดับกลาง และระดับแอดวานซ์ สองเล่มแรกไม่ค่อยพลิกแพลงจากบทเรียนทั่วไปมากนัก แต่ฉบับแอดวานซ์มีความซับซ้อนค่อนข้างมากค่ะ จะมีข้อแตกต่างหลายเรื่องที่หนังสือแกรมมาร์ไทยไม่ได้สอน และอาจจะไม่เห็นบ่อยนัก
ใน iOS มี app ของหนังสือเซตนี้ด้วยนะคะ ลองเสิร์ชหา Grammar in Use ได้เลย
3. The Blue Book of Grammar & Punctuation (11th Edition)
-
หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือรวบรวมข้อสรุปทางแกรมมาร์ในทุกๆเรื่องที่สำคัญ เน้นสำหรับเอาไปใช้ในการเขียนและอ้างอิงเป็นพิเศษ และสอนข้อสรุปการใช้เครื่องหมายวรรคตอน (Punctuations) ในงานเขียนเชิงธุรกิจและวิชาการ ซึ่งเป็นเรื่องที่แม้ในนักเรียนที่ภาษาอังกฤษดีเยี่ยมหลายคนก็ยังใช้ได้ไม่แม่นยำหรือยังขาดความมั่นใจในการใช้ เลยอยากขอย้ำน้องๆนักเรียน และผู้สนใจการฝึกภาษาอังกฤษขั้นจริงจัง ว่าใครที่พิถีพิถันกับตรงนี้ ให้เวลาในการทำความเข้าใจจริงๆจังๆ งานจะโดดเด่น ดูสวย เรียกคะแนนขึ้นมาเลยทันที เอาไปใช้งานได้ยาวๆ
ด้วยความที่หนังสือเล่มนี้ค่อนข้างเป็นสรุปที่กระชับ ไม่ได้ลงรายละเอียดแต่ละหัวข้อไว้มากนัก จึงจะเหมาะกับผู้ที่พื้นฐานแกรมมาร์ค่อนข้างแน่นประมาณนึงแล้ว และต้องการตรวจสอบความแม่นยำ ถูกต้อง เรียบร้อยทางงานเขียน งานวิชาการ รวมถึงการเขียนเชิงธุรกิจทั้งหลาย จะเป็น reference ที่ดี เหมาะจะมีติดบ้านค่ะ
4. คอร์สต่างๆใน Coursera มีที่น่าสนใจเยอะมากค่ะ ลองเสิร์ช English Grammar ได้เลย ตัวนึงที่น่าสนใจมากคือคอร์สใน Specialization ที่ชื่อว่า English for Business and Entrepreneurship จัดโดย University of Pennsylvania กับ U.S. Department of State ระยะเวลา 5 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 2-4 ชม. สอนอังกฤษสำหรับเขียน business plan, ทำ presentation/pitch, ทำ market research ทั้งได้แนวทางพรีเซนต์ธุรกิจที่น่าสนใจและได้เรียนรู้แกรมมาร์ด้วย
ค่ะ
-----------------------------------------------------------------------------
⭕️ หมวดฝึกฟัง
เกริ่น: ตอนไป AFS ที่อเมริกา อายุ 16 ตอนนั้นค่อนข้างชอบภาษา และรู้สึกว่าเราก็ฟังชาวต่างชาติพูดพอรู้เรื่อง พอไปถึงวันแรกเท่านั้นแหละ 😭 ตกใจมากที่ตัวเองฟังโฮสต์แฟมิลี่คุยกันแทบไม่รู้เรื่องเลย รู้เรื่องแค่เฉพาะตอนเค้าคุยกับเรา ซึ่งเค้าจะพยายามช่วยพูดชัดๆช้าๆ เป็นแบบนั้นอยู่หลายอาทิตย์จนกระทั่งเปิดเทอม เจอของจริง เริ่มรู้สึกว่าเรียนไม่ทัน ตามไม่ทัน ไม่ได้ทำนู่นนี่เพราะฟังอะไรไม่ค่อยจะทันใครเค้า เริ่มบอกตัวเองละว่า ไม่ได้การละ ถ้าขืนเป็นอย่างงี้ มันคงเป็นปีที่น่าเสียดายมาก เราเลย
1. หาวิธีเปลี่ยนแปลง ฝึกจากดูหนังเยอะๆ ที่บ้านโฮสต์จะมี DVD หนังเยอะ เราก็นั่งฝึกดู วันละเรื่อง สองเรื่อง ฟังคนคุยกันเองเร็วๆ แรกๆก็เปิดซับก่อน จนเริ่มชิน ผ่านไปสองสามเดือน ให้ปิด ถึงฟังไม่รู้เรื่องก็ช่างมัน ทำหูเราให้คุ้นชินกับสำเนียงทุกวันๆ จนเริ่มรู้สึกว่าพอไหว เริ่มดูหนังยากๆเข้าใจขึ้น ส่วนตัวใช้ระยะเวลาประมาณ 3 เดือน ของการฝึกทุกวัน ที่หูเริ่มปรับจนชิน ในช่วงอายุวัยรุ่น ซึ่งหลายคนอาจปรับเร็วหรือช้ากว่านี้น่าจะขึ้นกับสภาพแวดล้อม
ของบ้านเราตอนนี้ที่มีให้สมัครก็ขอแนะนำ Netflix แล้วกัน ถ้าใครมีเวลา ดูหนัง ดูซีรีส์เยอะๆ นอกจากความบันเทิงก็จะได้ฝึกฟัง และได้ศัพท์ สำนวนมาเต็มๆ
2. หลายคนคงรู้จัก TED Talk กันดีอยู่แล้ว ซึ่งเหมาะมากสำหรับผู้เพิ่งเริ่มฝึกฟังเบื้องต้น เพราะมีการดีไซน์ทอล์คให้เป็นแบบสั้นๆ พูดช้า-ชัด และฟังง่าย เวที TED เป็นโอกาสในการได้ฟังคนเก่งๆ/คนที่ประสบความสำเร็จ หรือแม้กระทั่งคนที่เคยล้มเหลวและอยากให้บทเรียนแก่คนอื่น มาพูดถึงแนวคิด แรงบันดาลใจข้อคิดในการทำสิ่งต่างๆ ฟังแล้วรู้สึกได้อะไรใหม่ๆในทุกๆครั้ง
พวกนี้เข้า youtube.com เสิร์ชหา หรือเข้าเว็บของ TED เองได้เลย
3. ฟังหนังสือเสียง (audio book) ซึ่งที่เราใช้ประจำคือในแอพ audible บนมือถือ หนังสือน่าสนใจใหม่ๆมากมายตามท้องตลาดในรูปแบบเสียงมีรวบรวมไว้ให้ช็อปที่นี่เต็มไปหมดเลยค่ะ แอพนี้ช่วยเราอ่านหนังสือจบ(ซะที)ไปหลายเล่มเลย เวิร์คมากค่ะ
4. แต่ถ้าใครไม่ได้อยากหาหนังสือเล่มไหนยาวๆมาอ่านเป็นพิเศษ ช่วงไหนไม่ฟังวิทยุหรือฟังเพลง ก็ลองเปลี่ยนบรรยากาศเป็นการฟัง Podcast เลือก subscribe ช่องที่เราชอบ/สนใจได้เลย จะฟังข่าว บทสัมภาษณ์ การเมือง ธุรกิจ เศรษฐกิจ ฝึกภาษา นี่คือแหล่งความรู้และความบันเทิงในรูปแบบการฟังที่สุดยอดมากๆ
มีรายการโปรดหลายรายการที่อยากแนะนำใน Podcast เช่น How I Built This, Work Life with Adam Grant, Hidden Brain, Talks at Google, Freakonomics Radio, Revisionist History
หรือทุกวันนี้มี Clubhouse ก็ลองเข้าไปฟังห้องที่ชาวต่างชาติคุยกันในหัวข้อที่เราสนใจก็ได้นะคะ
--------------------------------------------------------------------------------
⭕️ หมวดฝึกเขียน
1. ถ้าอยากเขียนเก่ง เรียนรู้เทคนิคไป ก็ไม่เท่ากับลองลงมือเขียนเอง เพราะจะรู้ว่าเราสะดุดตรงไหน และควรต้องพัฒนาตรงไหน สมัครเขียนบล็อกที่ Medium.com ก็ได้ค่ะ
2. หนังสือ Writing Academic English โดย Alice Oshima & Ann Hogue
เป็น Required textbook จากการไปลงคอร์สเรียน English Composition ที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬา เป็น minor
เล่มนี้เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจฝึกเขียน Essay เชิงวิชาก๊าร วิชาการ
บอกลึกถึงหลักการ เขียนเอสเสว่ามีกี่ประเภท และมีหลักการสำคัญในการเขียนอย่างไรบ้าง แบ่งหลักๆเป็น 3 พาร์ท คือ
1. Writing a Paragraph
2. Writing an Essay
3. Sentence Structure
อย่างที่บอกว่าเล่มนี้เป็นตำราเรียนเลยอาจจะค่อนข้างวิชาการจ๋านิดนึง เหมาะสำหรับใช้เป็นหนังสืออ้างอิงและคนที่ต้องการฝึกเขียนเอสเสอย่างเป็นเรื่องเป็นราว มีแบบฝึกหัดอยู่เรื่อยๆ เป็นหนึ่งในหนังสือชุด The Longman Academic Writing Series อันนี้เป็นเล่ม/ระดับที่ 4 ซึ่งเล่มก่อนหน้าๆจะมีเริ่มตั้งแต่สอนเขียนคำ สอนเขียนพารากราฟ เล่มนี้จึงน่าจะเหมาะสำหรับผู้มีพื้นฐานการเขียนทั่วไปและเน้นความจริงจังพอสมควรค่ะ
3. หนังสือ The Elements of Style เป็นหนังสือสอนการเขียนที่คลาสสิกที่สุดเล่มนึงในโลก ใช้กันในมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกมากมาย เขียนโดยอาจารย์ที่ Cornell แรกๆเป็นหนังสือเล่มจิ๋วเล่มนึง นักเรียน Writing major เรียกกันว่า "The Little Book" หลังๆก็ได้มีการตีพิมพ์และเผยแพร่จนดัง อันนี้นอกจากเค้าบอกแกรมมาร์ที่ควรระวังในการเขียน ก็พูดถึงเรื่องสไตล์ ลีลาการเขียนให้น่าสนใจด้วย
4. What not to write โดย Kay Sayce
เป็นอีกหนึ่งหนังสือที่ชอบและอ่านเพลินมากกกค่ะ เป็นหนังสือโปรดอ่านสนุกเหมือนอ่านเล่น เล่มบางๆแต่สอดแทรกไปด้วยจุดเล็กจุดน้อยที่น่าสนใจ ว่าอะไรที่ปกติเราใช้ๆกัน แล้วจริงๆไม่ถูกหลักหรือถูกความนิยม แล้วจริงๆควรใช้แบบไหนยังไง คำไหนจะดีกว่ากัน ชอบ font และภาพวาดเล็กน้อยๆที่ใช้ในหนังสือด้วย อ่านง่ายสบายตาดี
5. Writing Techniques โดย "เศรษฐวิทย์"
เล่มนี้เป็นหนังสือภาษาไทย ที่เนื้อหาดีและละเอียดมากเลยทีเดียว หนังสือหลายเล่มโดยนักเขียนท่านนี้เขียนได้ดีมากๆค่ะ เล่มนี้สอนแก้ไขแกรมม่าร์ในการเขียน ว่าปกติที่คนมักใช้กันคืออะไร และควรที่จะแก้ตรงไหนยังไงบ้าง เรียบเรียงใหม่ยังไงดี ส่วนที่ชอบคือการอธิบายในเรื่องของวรรคตอน
-------------------------------------------------------------
⭕️ หมวดฝึกอ่าน
1. แนะนำคือ อ่านหนังสือที่เป็นเล่มจริงๆให้เยอะๆ เรื่องอะไรก็ได้ที่เราชอบและสนใจ พกไปด้วยเวลาว่างๆ การอ่านช่วยเสริมสร้างทั้งเรื่องของฐานคำศัพท์และไอเดียต่างๆมากมาย ยิ่งอ่านหลากหลายแนวเท่าไหร่ก็ยิ่งได้ศัพท์น่าสนใจ ความรู้ ความคิดใหม่ๆ รวมถึงสไตล์ในการนำมาเขียนมากขึ้นเท่านั้น
ส่วนตัวเราจะชอบอ่านหนังสือที่ไม่ค่อยทำให้เรารู้สึกว่าอ่านหนังสืออยู่ สมัย ม.ต้น ชอบ chick-lit เล่มแรกๆเลยคือชุด Princess Diaries ซึ่งเราคิดว่าเหมาะกับน้องๆเด็กๆตั้งแต่ประมาณมัธยมต้นไว้ฝึกอ่าน โตหน่อยก็ชอบหนังสือพวกแนวคิดชีวิต/เรียนรู้จากคนที่เก่งในด้านต่างๆ หรือบางคนอาจจะชอบอ่านเป็นแม็กกาซีน
อยากรู้ว่ามีเล่มไหนน่าอ่านบ้าง ลองดู www.goodreads.com หารีวิวหนังสือประเภทที่เราชอบและสนใจ ว่าอันไหนคุ้มค่าน่าหามาอ่านบ้าง
2. page นี่ล่ะ แหล่งเรียนรู้ชั้นยอด ลอง subscribe เพจที่น่าสนใจ ที่เค้าโพสต์บทความประเภทที่สนใจ/ชอบ ให้อ่านบ่อยๆ
ส่วนตัวชอบเพจของ, Fast Company, The New York Times, The Washington Post มีบทความ/ข่าวน่าสนใจอยู่เรื่อยๆ และก็จะตามเพจ Blogger ที่เราชอบ สนใจเพจไหนก็ปรับให้เวลาเพจเหล่านี้โพสต์ได้ขึ้นฟีดเป็นอันดับแรกๆ
ตอนอยู่นิวยอร์ค เพจโปรดของเราคือ Humans of New York เป็นเพจเล่าเรื่องชีวิตผู้คนที่น่าสนใจ น่าอ่านมากที่สุดอันนึงสำหรับเรา การอ่านเรื่องราวของผู้คนจากหลากหลายมุมทั่วโลกทำให้ได้ตกตะกอน ได้คิดอะไรเยอะ ว่าสิ่งที่เราคิด คนอื่นไม่จำเป็นต้องคิดเหมือนกัน
----------------------------------------------------------------------------------------
⭕️ หมวดฝึกพูด
1. อันดับแรก ควรฝึกพูดเองเยอะๆ พยายามหาโอกาสไปอยู่ในบรรยากาศการเรียน การทำงาน ที่หรือเวทีที่มีคนพูดจริงๆ ใช้จริงๆ ได้เจอ native speakers เพื่อที่จะได้เรียนรู้ ฟังการออกเสียงว่าจริงๆเค้าพูดกันว่ายังไง โตมาในระบบการศึกษาไทย บางคำเราเห็นมันรูปนี้ แต่การออกเสียงมันคนละอย่างที่คิดเลย เราไม่รู้จนกว่าเราจะได้ฟังเจ้าของภาษาออกเสียงจริงๆ
ตัวอย่างเลย ปลาปิรันย่า เห็นคำนี้เป็นภาษาไทยแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก ก็คิดว่าเปลี่ยน accent นิดหน่อยคงเป็นประมาณ พะรั้นหยะ จนกระทั่งไปได้ยินเด็กที่ aquarium พูดถึงปลาดุร้ายชนิดนี้ว่า มามี้ ลุค แอท แดท "พะรั้นหนะ"
2. แต่ถ้าไม่มีโอกาสไปอยู่ในที่ที่แวดล้อมด้วยต่างชาติ หรือไปอยู่ประเทศที่คนใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก เราขอแนะนำคลับ/ชมรมที่เราเคยเป็นสมาชิก คือ Toastmasters เป็นเวทีที่ให้เราได้มีโอกาสฝึกพูดสปีช ฝึกการนำเสนอ ฝึกภาษาและที่ฝึกความมั่นใจ/ความเป็นผู้นำ ก็จะมีค่าสมาชิกรายครึ่งปี กับค่าเข้าเป็นครั้งๆไป โดย Toastmasters เขามีมีสมาชิกและคลับอยู่ทั่วโลกเลยค่ะ
ช่วงที่มาอยู่ที่อเมริกา เราก็พยายามจะไปเข้าคลับเหมือนเดิม
แต่เจอเหตุการณ์ COVID-19 ทำให้ต้องหยุดยาว
เราชอบบรรยากาศของ TM แทบทุกที่ที่ไปเลยนะคะ ทุกคนน่ารัก รักการพัฒนาตัวเองและพร้อมช่วยเหลือผู้อื่นมาก ใครอยากรู้รายละเอียดเพิ่มเติมลองดู Toastmasters.org นะคะว่าคือชมรมเกี่ยวกับอะไรยังไง ในประเทศไทยมีที่ไหนบ้าง
3. ใครต้องการฝึกการออกเสียง ลองดูคอร์สออนไลน์ ใน Coursera ชื่อ “Tricky American Pronunciation” นะคะ สอนการออกเสียงอย่างละเอียด ชัดเจน เข้าใจแจ่มแจ้ง อ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://www.blockdit.com/arti.../5eb64bf0bf59ea0caf09327a... คอร์สดีที่อยากแนะนำมากจริงๆสำหรับผู้ฝึกพูด
----------------------------------------------------------------------------------------
💢 หมวดฝึกศัพท์ และทำข้อสอบศึกษาต่อ
สำหรับภาษาอังกฤษเชิงวิชาการขั้นสูงขึ้นหน่อย จำพวก TOEFL, IELTS, GRE สำหรับคนที่จะใช้สอบเรียนเพื่อทำให้ชีวิตซับซ้อนยิ่งๆขึ้นไปนะคะ 5555
GRE
1. สำหรับการสอบ GRE เราใช้หนังสือสอนคำศัพท์และตัวอย่างการใช้ของ Barron's เป็น High Frequency Word List เน้นคำศัพท์ที่ออกบ่อย 800 คำ สำหรับคนไม่ค่อยมีเวลา ชอบและคิดว่าพอใช้ได้เลยนะคะ
2.The Vocabulary Builder Workbook
-
ใครเป็นคนฐานศัพท์แน่นประมาณนึงแล้ว ชอบท่องศัพท์ ชอบอ่านหนังสือ รักความท้าทาย แนะนำมาต่อกันที่เล่มนี้เลยค่ะ หนังสือรวมคำศัพท์ สอนรากศัพท์ ยากประมาณไหนก็คือเป็นศัพท์ประมาณ GRE ... ศัพท์ยาก สวยหรู ไฮโซ และอ่านไม่รู้เรื่องสำหรับหลายๆคน แต่ถ้าใครชอบอะไรท้าทาย มันน่าสนใจมากๆ
หนังสือเล่มนี้มีคำศัพท์ที่อธิบายที่มาที่ไปได้ดี ทำให้รู้สึกสนุกและไม่ฝืน รวมถึงมีแบบฝึกหัดท้ายบทให้ทำเป็นการเรียกความจำ (recalling) ที่ทำให้ไม่ลืมคำศัพท์ไปง่ายๆเหมือนอ่านแล้วผ่านไปเฉยๆด้วย เป็นอีกเล่มที่น่าสนใจ และอยากแนะนำสำหรับผู้ที่ต้องใช้ หรือสำหรับคนที่ชอบอ่านศัพท์ อยากฝึกเอาไว้สนุกๆ
TOEFL
เราใช้หนังสือ TOEFL Practice test ของ ETS เล่มสีน้ำเงิน ซึ่งเป็นคนออกข้อสอบ TOEFL เองเลย จะค่อนข้างใกล้เคียงกะข้อสอบจริง และมีเล่มสีส้มแบบที่เป็น Practice test 1,2 ที่จะมีตัวอย่างข้อสอบอย่างละ 5 ชุด
เนื่องจาก TOEFL มีการเปลี่ยนแปลงข้อสอบมาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2019 ทำให้หนังสือหลายเล่มไม่อัพเดทเรื่องข้อสอบใหม่นะคะ อย่าลืมศึกษาเพิ่มเติมว่ามีอะไรเปลี่ยนบ้าง
หนังสือของ Barron’s, The Princeton Review หลายเล่มก็เนื้อหาแน่น เหมาะไว้ซ้อมค่ะ
จะมีหนังสือเซตเดียวกัน
IELTS
1. หนังสือ The Official Cambridge Guide to IELTS เป็นเล่มปูพื้นฐาน ทำสวย อ่านง่าย ดีมากๆสำหรับคนมีเวลาเตรียมตัวค่ะ จะอธิบายแต่ละพาร์ทอย่างละเอียด
2. หนังสือข้อสอบเก่า IELTS ของ Cambridge เล่มสีม่วงดำ จริงๆถ้ามีเวลาว่าง ทำเรื่อยๆครบทุกเล่มเลยก็ได้ เพราะเป็นข้อสอบเก่า ยิ่งฝึกยิ่งถนัด แต่ถ้าไม่มีเวลา เน้นทำเล่มที่ออกใหม่ๆก็พอค่ะ เล่มประมาณ 10 กว่าขึ้นไป
แถมลิงค์
รวบรวมคำถามที่มักถูกถามบ่อยใน IELTS Writing Part 2
http://ieltsadvantage.com/…/most-common-ielts-writing-task…/
ประเภทคำถามที่มักถูกถามบ่อยใน TOEFL Writing Part 2
http://magoosh.com/toefl/2014/toefl-writing-topics/
พวกนี้เอาไว้ไปฝึกคิด ฝีกเขียน
----------------------------------------------------------------------------------
หวังว่าจะพอเป็นประโยชน์ได้บ้างนะคะ

TOEFL expert Lucas discusses the TOEFL writing topics you'll face on test day, with a focus on TOEFL Independent Writing topics.

11/12/2020
29/09/2020

ความรู้แบบเดิมที่คุณมีอยู่อาจไม่เป็นที่ต้องการของตลาดอีกต่อไป!
ข้อมูลจาก LinkedIn ได้เปิดเผย 10 ทักษะที่เป็นที่ต้องการของบริษัทมากที่สุด ประกอบไปด้วยทักษะด้าน Hard skill และ Soft Skill หลังจากเมื่อวาน Future Trends ได้เผยในส่วนของ Hard Skill ไปบ้างแล้ว รอบนี้มาลองดู Soft Skill กันบ้าง
ทำไมทักษะแห่งอนาคตถึงมีความสำคัญอย่างมากในยุควิถีชีวิตใหม่ หรือแม้กระทั่งการใช้ชีวิตยุคนิวนอร์มอลมีการปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ทักษะที่เรามีอยู่อาจไม่เพียงพอให้อยู่รอดในยุคนี้
เพิ่มทักษะ หาอาชีพที่ใช่เรียนคอร์สออนไลน์ได้ไม่จำกัดบน FutureSkill แจกสิทธิพิเศษ ลด 50% (สำหรับแฟนคลับ Future Trends เท่านั้น) เพียง 50 คนแรก
กดรับส่วนลด http://page.futureskill.co/fsxfuturetrend
รวม Soft skill ทักษะด้านอารมณ์และการทำงานร่วมกับผู้อื่นที่บริษัทต้องการ คือ
1. ทักษะด้านความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) พนักงานต้องมีไอเดียสร้างสรรค์คิดนอกกรอบ เพื่อให้งานออกมาตอบโจทย์และใช้ได้จริง
2. ทักษะด้านการโน้มน้าวใจ (Persuasion) การทำงานร่วมกันที่ดีต้องสามารถโน้มน้าวใจผู้ฟังให้เห็นด้วยและคล้อยตามสิ่งที่เราพูดได้ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมงาน หัวหน้า หรือลูกค้าก็ตาม
3. ทักษะด้านการทำงานร่วมกับผู้อื่น (Collaboration) ทุกวันนี้การทำงานให้ประสบความสำเร็จต้องเกิดจากการร่วมมือกันจากหลายฝ่าย เรียกว่า ทีมเวิร์ค เพราะฉะนั้นบริษัทส่วนมากต้องการคนที่สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ดี
4. ทักษะด้านการปรับตัว (Adaptability) เทคโนโลนีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และด้วยสถานการณ์โรคระบาดที่เกิด การปรับตัว และเพิ่มเติมทักษะๆใหม่ของตัวเองอยู่ตลอดเวลาจึงมีความสำคัญอย่างมาก
5. ทักษะด้านความฉลาดทางอารมณ์ (Emotional Intelligence) หรือ EQ คือการควบคุมอารมณ์ของตนเอง การทำงานร่วมกับผู้อื่นส่งผลให้การทำงานร่วมกันอย่างมีความสุขและประสบความสำเร็จ
รวมทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานอย่างทักษะด้าน Hard skill
1. ทักษะบล็อกเชน (blockchain) คือ ระบบที่เก็บข้อมูลไว้เป็นบล็อก (Block) หลายๆบล็อกและแต่ละบล็อกจะเชื่อมโยงด้วยการเข้าระบบไว้ คล้ายกับการล็อคข้อมูลด้วยโซ่ (Chain)
2. ทักษะปัญญาประดิษฐ์ (Artificial intelligence) หรือที่ทุกคนรู้จัก AI เป็นเทคโนโลยีที่ถูกออกแบบมาให้สิ่งที่ไม่มีชีวิตทำงานคล้ายสมองมนุษย์ จุดประสงค์หลักของ AI คือช่วยทุ่นแรงการทำงานหรือทำงานแทนมนุษย์ได้
3. ทักษะการออกแบบ UX design คือ การออกแบบประสบการณ์การใช้งานทั้งสินค้า หรือบริการของผู้ใช้ให้เกิดความประทับใจ
4. ทักษะการวิเคราะห์ธุรกิจ (Business analysis) คือการนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อนำไปปรับปรุงธุรกิจให้ดียิ่งขึ้น
5. ทักษะการตัดต่อวิดีโอ (Video production) ยุคแห่งการเสพย์วิดีโอคอนเทนต์ ซึ่งทักษะการตัดต่อ หรือการทำโปรดักชั่นส์จึงเป็นที่ต้องการของบริษัทอย่างมาก
เป็น 10 ทักษะที่จำเป็นสำหรับการทำงานในยุค New normal ที่เราควรพัฒนาความรู้ของตัวเองอยู่ตลอดเวลา และอีกจุดหนึ่งที่น่าสนใจคือเราไม่ควรจำกัดการเรียนรู้...
ปัจจุบันมีการเรียนรูปแบบใหม่คือการเรียนออนไลน์ สามารถเรียนรู้ได้ตลอดชีวิตอย่าง Lifelong Learning ซึ่ง FutureSkill คือแพลต์ฟอร์มการเรียนออนไลน์ครบทุกทักษะแห่งอนาคต

- เรียนทักษะจำเป็นสำหรับอนาคต เช่น Data Science, BlockChain, ปัญญาประดิษฐ์, UX/UI Design, การตัดต่อวิดีโอ

- มีหลากหลายหมวดให้เลือกเรียน เช่น Creative, Digital Marketing, Design, Tech, Data, Business, Content

- เรียนได้ไม่จำกัดทุกคอร์สเหมาะกับทั้ง Upskill และ Reskill
โดยสิทธิพิเศษเฉพาะแฟนเพจของ Future Trends เพียงแค่ 50 คนแรกเท่านั้น เมื่อซื้อแพ็คเกจราย 1 ปีลดราคา 50% (เรียนได้ทุกคอร์สบนเว็บไซต์)
กดรับสิทธิ์ลดราคา 50% ได้ที่ http://page.futureskill.co/fsxfuturetrend

21/08/2020
16/06/2020

ที่อยู่

6/6 Soi 8 Sanambinkao Road , T. Suthep
Chiang Mai
50200

เบอร์โทรศัพท์

0834777428

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ RGB studioผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์