27/05/2026
ย้อนกลับไปในวัยเด็กที่ย่านปิริตูบา ย่านชานเมืองอันยากจนในเซาเปาโล…
กาเบรียลก็เหมือนเด็กบราซิลทั่วไปที่วิ่งไล่ตามความฝันบนพื้นคอนกรีต แต่ฝันของเขามันเกือบจะดับลงตั้งแต่อายุ 14 ปี หลังจากตระเวนคัดตัวกับทีมยักษ์ใหญ่ในบ้านเกิด ทั้งซานโตส, เซาเปาโล, คอรินเธียนส์ และพัลไมรัส... แต่คำตอบที่ได้กลับมาคือ "คำปฏิเสธ" ทั้งหมด
เด็กน้อยกาเบรียลในวันนั้นกอดเข่าร้องไห้ และหันไปบอกพ่อกับแม่ว่า "ผมไม่เอาแล้ว ผมอยากเลิกเล่นบอล"
แต่คนเป็นพ่อเป็นแม่... ไม่มีวันปล่อยให้ความฝันของลูกตาย
คุณพ่อมาร์เซโล ที่ทำงานหนักในอู่ซ่อมรถ ยอมทำงานล่วงเวลา (OT) จนแทบไม่ได้นอน ส่วนคุณแม่เรจิน่า ก็ยอมกระเบียดกระเสียร ประหยัดค่าอาหารในบ้าน อดมื้อกินมื้อ เพื่อรวบรวมเงินทุกบาททุกสตางค์มาเป็น "ค่าตั๋วรถบัส" เดินทางไกลกว่า 700 กิโลเมตร เพื่อพาลูกชายไปคัดตัวครั้งสุดท้ายกับสโมสร อาไว (Avaí FC)
คุณพ่อพูดกับกาเบรียลก่อนขึ้นรถบัสยาวนาน 12 ชั่วโมงในวันนั้นว่า...
"นี่คือโอกาสสุดท้ายของพวกเรานะลูก พ่อกับแม่ไม่มีเงินเหลือจะส่งแกไปคัดตัวที่ไหนอีกแล้ว ทำมันให้เต็มที่"
คำพูดนั้นไม่ได้สร้างความกดดัน แต่เป็นแรงผลักดันมหาศาล เพราะกาเบรียลรู้ดีว่า พ่อและแม่กำลังเดิมพันด้วย "ทุกอย่างในชีวิต" เพื่อเด็กผู้ชายคนนี้ และเขาก็ทำสำเร็จ! กาเบรียลคัดตัวผ่าน ได้เซ็นสัญญา และนั่นคือประตูบานแรกสู่โลกฟุตบอลอาชีพ
แม้ในวันที่ย้ายมาเผชิญความโดดเดี่ยว หนาวเหน็บ และเกือบถอดใจในยุโรปช่วงแรกๆ ก็เป็นอ้อมกอดของคุณพ่อคุณแม่ที่บินข้ามโลกมาหา หอบเอาอาหารบ้านเกิดมาทำให้กิน คอยปลอบประโลมในวันที่เขาร้องไห้ จนทำให้เขามีพลังฮึดสู้ต่อ...
จนก้าวขึ้นมาเป็นเสาหลักที่อาร์เซนอลขาดไม่ได้ในปัจจุบัน
วันนี้ กาเบรียล มากัลเยส ประสบความสำเร็จ มีเงินทองมากมาย สิ่งแรกที่เขาทำคือซื้อบ้านหลังใหญ่
ย้ายครอบครัวออกจากย่านเสื่อมโทรม เพื่อให้พ่อแม่ได้สุขสบายหลังจากเหนื่อยมาทั้งชีวิต
ภาพของคุณพ่อมาร์เซโล และคุณแม่เรจิน่า ที่สวมเสื้อหมายเลข 6 นั่งยิ้มอย่างภาคภูมิใจบนอัฒจันทร์
เอมิเรตส์ สเตเดียม คือข้อพิสูจน์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดว่า...
เบื้องหลังกำแพงเหล็กอันแข็งแกร่งในสนามของอาร์เซนอล ถูกสร้างขึ้นมาจาก "ความรักและการเสียสละอันไม่มีเงื่อนไข" ของผู้เป็นพ่อและแม่นั่นเอง
#อาร์เซนอล #กาเบรียลมากัลเยส